เครนถล่มพระราม2 นำชิ้นส่วนร่างผู้เสียชีวิตคนสุดท้ายออกมาได้เป็นผลสำเร็จ หลังตัดชิ้นส่วนแผ่นปูนและโครงเหล็กน้ำหนักกว่า 50 ตัน ขณะนี้ขอให้หลีกเลี่ยงเส้นทาง เนื่องจากการจราจรในช่องทางหลักปิด 100% เปิดให้ใช้เฉพาะทางคู่ขนาน
ความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุคานปูน (Segment) และเครน (Launching Gantry Crane) ซึ่งเป็นชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่ใช้ก่อสร้างทางยกระดับ โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 สายทางยกระดับ บางขุนเทียน- บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย- บ้านแพ้ว ตอน 7 (กม.30+300) ถนนพระราม 2 พื้นที่ตำบลท่าจีน อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ถล่ม ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน และผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน
วานนี้ (15 ม.ค.69) เจ้าหน้าที่กู้ภัย ร่วมกับวิศวกร ได้วางแผนใช้อุปกรณ์ตัดถ่างพยายามนำร่างผู้เสียชีวิคออกจากรถที่ถูกแผ่นคอนกรีตถล่มทับซ้อนกันหลายชั้น ควบคู่กับการใช้เครนน้ำหนัก 550 ตัน 2 ตัว และ 250 ตัน 1 ตัว ช่วยยกเอาแผ่นชิ้นส่วนแผ่นปูนและโครงเหล็กออก แต่การทำงานก็ค่อนข้างที่จะมีอุปสรรคเพราะระหว่างดำเนินการ ถนนตรงจุดเกิดเหตุได้ยุบตัวลงเล็กน้อย ทำให้ต้องพักการทำงานบางช่วง กระทั่งเวลา 23.29 น. ได้พบร่างผู้เสียชีวิตรายสุดท้าย คือ นายศราวุธ เวชการ อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถกระบะ หมายเลขทะเบียน 2 ฒห 950 กทม. โดยเจ้าหน้าทีได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตร ณ โรงพยาบาลสมุทรสาคร ในขั้นตอนต่อไป กรมทางหลวงได้ให้ผู้เชี่ยวชาญมาวิเคราะห์ ประเมิน และวางแผนเพื่อหาแนวทางในการนำเครนลงจากตอม่อ และเร่งคืนผิวจราจรต่อไป
สำหรับแนวทางการรื้อถอนโครงสร้างที่พังถล่มลงมานั้น วิศวกรประเมินว่า ต้องใช้รถเครนขนาด 550 ตัน จำนวน 2 คัน และรถเครน 250 ตัน จำนวน 1 คัน เข้าดำเนินการยกโครงสร้างที่ติดค้าง จากนั้นใช้แก๊สตัดเป็นท่อน เพื่อนำออกจากพื้นที่ เบื้องต้นคาดว่าจะใช้เวลา 15 วัน ในการเคลียร์พื้นที่ ก่อนจะเปิดช่องทางการจราจร ซึ่งขณะนี้ได้ปิดช่องทางหลัก 100 % ประชาชนสามารถใช้ช่องทางคู่ขนาดในการเดินทางได้
ปัจจุบันยังคงปิดช่องทางการจราจร ถนนพระราม 2 ในช่องทางหลัก ขาเข้า (กม. 28+400 - กม. 32+000) และขาออก (กม. 29+100 - กม. 30+600) โดยสามารถสัญจรในช่องทางคู่ขนานได้ทั้งขาเข้าและขาออก รวมทั้งสามารถเลี่ยงไปใช้ถนนเพชรเกษม และถนนเอกชัยแทน จังหวัดสมุทรสาคร จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งรัดให้ทายาทผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บให้เข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ โดยเร็วต่อไป