อิตาเลียนไทย รับเครนถล่มทับรถไฟเกิดจากการผิดพลาดทั้งระบบและตัวบุคคล วอนภาครัฐพิจารณาไม่ยกเลิกสัญญาอาจทำให้บริษัทเสียหาย เบื้องต้นชดเชยผู้ เสียชีวิตรายละ 150,000 บาท ไป 7 รายแล้ว
นายวิเชียร รุ่งรุจิรัตน์ ผู้บริหารบริษัทอิตาเลียนไทย ที่กำกับดูแลโครงการก่อสร้าง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการรื้อถอนซากเครน ว่าการรื้อถอนได้ถูกกำหนดไว้อย่างดีแล้ว ซึ่งมีการรถไฟเป็นที่ปรึกษาในการ
พิจรณา และเครื่องจักรที่อยู่ในหน้างานตอนนี้เป็นเครื่องจักรที่มีความเหมาะสมแล้ว ซึ่งจะทำตามไทม์ไลน์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่กำหนดไว้ให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน ซึ่งจะสิ้นสุดในวันพรุ่งนี้(17 ม.ค.)
โดยการทำงานเน้นไปที่ความปลอดภัยเป็นหลัก ซึ่งได้นำเครนหลักทั้งหมด 4 ตัว
300 ตัน 2 ตัว
400 ตัน 1 ตัว
5,000 ตัน 1 ตัว
และเครนสนับสนุนอีก 4 ตัว ในการนำสลิงขึ้นไปอุ้มโครงเหล็กและจะทำการตัดและยกโครงเหล็ก
ขณะเดียวกัน ได้มีการส่งคนงายขึ้นไปด้านบนเพื่อถอดน็อตที่ละชิ้น โดยจะไม่ใช้ไฟในการตัดเหล็ก ซึ่งอาจจต้องใช้เวลาเพราะน็อตอาจจะเสือมหรือขึ้นสนิมที่อาจจะนำออกยาก แต่หากไม่มีข้อผิดพลาดอะไรก็จะเป็นไปตามไทม์ไลน์ที่กำหนดไว้
ส่วนตัวโครงเหล็กที่มีรอยฉีกขาด ส่วนตัวได้ประเมินมาหลายวันแล้ว แต่คิดว่าไม่น่าจะเกิดปัญหาอะไร ซึ่งตามกำหนดการรื้อถอน จะทำการรื้อถอนจุดนี้จะถูกตัดเป็นชิ้นแรก
ส่วนเรื่องการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง จะต้องหยุดดำเนินการทั้งหมด เนื่องจากทางรัฐบาลให้ระงับการใช้งานโครงเหล็กที่ใช้ยกเคลื่อนและติดตั้งคานหรือชิ้นส่วนโครงสร้างทางยกระดับเป็นการชั่วคราวทั้งประเทศ หรือจนกว่าจะมีคำสั่งใหม่ ขณะเดียวกันตอนนี้ตนได้รับหนังสือสั่งห้ามการทำงานจากเทศบาลตำบลสีคิ้ว เพราะเป็นคำสั่งมาจากจังหวัด และต้องดำเนินการรื้อถอนให้แล้วเสร็จจึงจะทำการขออนุญาตดำเนินโครงการก่อสร้างใหม่อีกครั้ง
นายวิเชียร ยอมรับว่า การยกเลิกสัญญามีผลกระทบกับทางบริษัท เพราะเป็นบริษัทก่อสร้างทำธุรกิจ ต้องมีงานมีเงิน ซึ่งการที่ไม่มีงาน ไม่มีเงิน ไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน เพราะจะกระทบต่อผลประกอบการของบริษัท และความเป็นอยู่ของลูกจ้าง และครอบครัวของลูกจ้างอีกหลายหมื่นชีวิต ซึ่งไม่อยากให้รัฐบาลพิจารณาไปถึงขั้นการยกเลิกสัญญา
สำหรับการเยียวยาญาติผู้เสียชีวิตได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา เพื่อมอบเงินเยียวยาขั้นต้น ซึ่งได้มอบให้กับญาติผู้เสียชีวิตไปแล้ว 7 คน คนละ 150,000 บาท โดยมีฝ่ายรัฐเป็นสักขีพยาน และอยู่ระหว่างการพิจรณาเงินเยีววยาหลังจากที่นายกฯ เสนอแนะให้เยียวยารายละ 1 ล้านบาท แต่ตอนนี้อยู่ระหว่างรอฝ่ายบริหารพิจารณา ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงต่าเยียวในภายหลังหรือไม่
ส่วนความเชื่อมั่นในการก่อสร้างของบริษัทหลังจากนี้ ยอมรับว่า ทางบริษัทเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและยอมรับว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้น ซึ่งการสร้างความมั่นใจหลังจากนี้จะต้องทำด้วยกระบวนการในการตรวจสอบอุปกรณ์เครื่องจักรและการฝึกฝนบุคคล
ในประเด็นเรื่องการแจ้งกำหนดการก่อสร้างกับการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งมีข้อมูลว่าทางบริษัทผู้รับเหมาแจ้งดำเนินการก่อสร้างในวันที่ 16 มกราคม 2569 แต่วันเกิดเหตุคือวันที่ 14 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นวันที่ไม่ได้แจ้งกับ รฟท. ก่อนหน้า 2 วันนั้น นายวิเชียร บอกว่า ตนไม่ทราบเรื่องนี้เนื่องจากกไม่ได้อยู่หน้างาน แต่ปกติจะใช้วิทยุสื่อสารแจ้งการเดินรถไฟจากต้นทางมายังจุดก่อสร้างอยู่แล้ว แต่รายละเอียดว่ามีการแจ้งในวันดังกล่าวหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบเพราะตอนนั้นตนประชุมอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่ในวันเกิดเหตุมีคนงานอยู่ด้านบนจำนวน 10 คน และด้านล่างมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานช่วยดูแลด้วย
ส่วนสาเหตุที่เกิดเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบพิจรณา แต่ยอมรับว่าเกิดจากความผิดพลาดจากทั้งตัวบุคคลและระบบ ซึ่งตั้งแต่วันแรกตนได้มีการยอมรับกับทางนายกรัฐมนตรีแล้ว และเรื่องนี้อยู่ในกระบวนการ สอบสวนของตำรวจ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการเรียกตัวพนักงาน 3 คน ไปสอบปากคำแล้ว กลัวว่าถ้าตนพูดข้อมูลเกรงว่าจะไม่ตรงกับที่พนักงานให้ข้อมูลกับตำรวจ