กองทัพโต้เอกสารเขมรโจมตีไทย ชี้วิเคราะห์ฝ่ายเดียว ไม่บอกชาวโลกใครเปิดฉากโจมตีก่อน ใครวางทุ่นระเบิด ยิ่งบิดเบือนยิ่งซ้ำเติมความไม่ไว้วางใจ ไทยยึดหลักกฎหมายมนุษยธรรม–เดินหน้ากลไกสันติ
วันนี้ (16 ม.ค.69) พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา กล่าวชี้แจงกรณีเอกสารชื่อ “Thailand–Cambodia Conflict: Incursions, IHL Violations, and Scam Networks” ซึ่งจัดทำโดยผู้เขียนฝ่ายเดียวและเผยแพร่ในลักษณะงานวิเคราะห์ โดยมีข้อสังเกตสำคัญดังนี้
1.เจตนาและลักษณะของเอกสาร
เอกสารดังกล่าวเป็นการนำเสนอข้อมูลและข้อกล่าวหา จากมุมมองฝ่ายเดียว มิได้ผ่านกระบวนการตรวจสอบจากกลไกอิสระหรือสถาบันที่เป็นกลาง และมีลักษณะมุ่ง ชี้นำความรับผิด มากกว่าการแสวงหาข้อเท็จจริงร่วมกัน จึงไม่อาจถือเป็นเอกสารอ้างอิงเชิงสากลได้
2.ขาดความสมดุลและละเลยข้อเท็จจริงสำคัญ เอกสารดังกล่าว
• ไม่นำเสนอข้อมูลหรือกล่าวถึงบทบาทของผู้นำฝ่ายกัมพูชา ที่นำไปสู่การเปิดฉากใช้กำลังต่อทหารไทย
• ไม่นำเสนอข้อมูลหรือกล่าวถึงกรณีการวางและใช้ทุ่นระเบิดโดยฝ่ายกัมพูชา ซึ่งเป็นเหตุให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ
• และไม่สะท้อนการปฏิเสธหรือไม่ให้ความร่วมมือ ต่อกลไกทางการทูตและกลไกทวิภาคี/พหุภาคีที่มีอยู่ ทั้งที่เป็นช่องทางสากลในการลดความตึงเครียด
การละเลยข้อเท็จจริงดังกล่าวทำให้เนื้อหาไม่ครบถ้วน และไม่สอดคล้องกับหลักการนำเสนอข้อมูลอย่างเป็นธรรม
3.การกล่าวหาโดยไร้หลักฐานที่ตรวจสอบได้ ข้อกล่าวหาว่าไทย “ยิงก่อน” “ทำร้ายพลเรือน” หรือ “ใช้โบราณสถานเป็นที่ตั้งทางทหาร” เป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรง แต่ ไม่มีหลักฐานจากผู้สังเกตการณ์อิสระ หรือการตรวจสอบภาคสนามจากกลไกสากลรองรับ การกล่าวหาเช่นนี้จึงเป็นการ บิดเบือนความจริง และไม่เป็นธรรมต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
4.ข้อเท็จจริงตาม Fact Sheet และการชี้แจงข่าวบิดเบือน (Fake News Clarification) ของฝ่ายไทย เพื่อให้ประชาคมระหว่างประเทศได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา ขอเน้นย้ำข้อเท็จจริงที่ได้จัดทำและเผยแพร่อย่างต่อเนื่องในรูปแบบ Fact Sheet และ การชี้แจงข่าวบิดเบือน ดังนี้
• ไทยยึดหลักการใช้กำลังเท่าที่จำเป็นและได้สัดส่วน ตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ โดยมุ่งป้องกันตนเองและคุ้มครองอธิปไตย ไม่มุ่งทำร้ายพลเรือน
• ไทยไม่ใช้และไม่กำหนดเป้าหมายทางทหารในโบราณสถานหรือสถานที่ทางวัฒนธรรม และยึดพันธกรณีตามอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองทรัพย์สินทางวัฒนธรรมอย่างเคร่งครัด
• ข่าวกล่าวหาว่าไทยโจมตีพลเรือนหรือโครงสร้างพื้นฐานด้านมนุษยธรรมโดยเจตนา เป็นข่าวบิดเบือน ซึ่งไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในพื้นที่และหลักการปฏิบัติของฝ่ายไทย
• การคงกำลังทหารของไทยเป็นไปตามข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกัน เพื่อควบคุมสถานการณ์และลดความตึงเครียด มิใช่การยึดครองดินแดน
• ฝ่ายไทยให้ความร่วมมือกับกลไกทางการทูตและกลไกทวิภาคีมาโดยตลอด ทั้งในระดับทวิภาคี อาเซียน และเวทีสากล เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างสันติ
• การบิดเบือนข้อมูลในสื่อและเอกสารบางฉบับ โดยละเลยบริบทและข้อเท็จจริงที่ฝ่ายไทยได้ชี้แจงแล้ว เป็นการซ้ำเติมความเข้าใจผิดและไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนของทั้งสองประเทศ
5.เรียกร้องความจริงใจและการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่าย
• ยุติการสื่อสารที่บิดเบือนหรือกล่าวหาโดยปราศจากหลักฐาน
• ใช้ข้อมูลจาก Fact Sheet และการตรวจสอบที่เป็นกลาง เป็นฐานในการสื่อสาร
• แสดงความจริงใจในการใช้กลไกทวิภาคีที่มีอยู่
• คำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนทั้งสองประเทศ เป็นศูนย์กลาง
“การกล่าวหาแบบฝ่ายเดียวไม่ช่วยลดความตึงเครียด หากแต่ยิ่งซ้ำเติมความไม่ไว้วางใจ การร่วมกันยึดข้อเท็จจริง ตรวจสอบได้ และแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ คือหนทางที่รับผิดชอบและเป็นประโยชน์ต่อสันติภาพ ความมั่นคง และความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนของภูมิภาคอย่างแท้จริง”