แม่ทัพภาคที่ 2 วางคิวเยี่ยมกลุ่มปราสาทชายแดน เกาะติดรถถังล็อตใหม่กัมพูชา

แม่ทัพภาคที่ 2 วางคิวเยี่ยมกลุ่มปราสาทชายแดน เกาะติดรถถังล็อตใหม่กัมพูชา

View icon 19
วันที่ 19 มิ.ย. 2569 | 17.07 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
แม่ทัพภาคที่ 2 วางคิวเยี่ยมกลุ่มปราสาทชายแดน เผยทำลายบันไดขึ้น “ปราสาทคนา” จนสิ้นสภาพ ย้ำบางอย่างต้อง ลับลวงพราง พร้อมเกาะติดรถถังล็อตใหม่ของกัมพูชา ชี้ทุกพื้นที่ล่อแหลม ต้องเตรียมพร้อมทุกมิติ ใครไวกว่า อาวุธมากกว่า โอกาสรบชนะสูง

วันนี้ (19 มิ.ย.69) พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2  ให้สัมภาษณ์ว่า กองทัพภาคที่2 โดยกองกำลังสุรนารี มีพื้นที่ในความรับผิดชอบกว่า 400 กิโลเมตร ตั้งแต่ช่องบก จ.อุบลราชธานีไปจนถึงหลักเขต 28 อ.ละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ สําหรับปราสาทคนาเป็นโบราณสถานที่อยู่ในพื้นที่ชายแดน ไล่เรียงมาจาก ประสาทตาเมือน ประสาทตาควาย อําเภอพนม ดงรัก จังหวัดสุรินทร์ รวมไปถึงพื้นที่ภูโคกใหญ่ ช่องบก จ. อุบลราชธานี

ปราสาทคนา เป็นที่หมายแรก ในการยึดพื้นที่เข้าปฏิบัติการทางทหารควบคุมพื้นที่ตามยุทธการศตวรรษ และมีกําลังพล สละชีวิต 1 นาย วานนี้ (18 มิ.ย.69) ตนได้เดินทางไปเยี่ยมครอบครัว เพื่อดูแลความเป็นอยู่ ส่วนบันไดที่เป็นทางเชื่อมมาบนปราสาทคนาของฝ่ายกัมพูชานั้น ที่ผ่านมาทางไทยได้ทำลายไปแล้ว บางอย่างเราไม่ได้บอกไปทั้งหมด เพราะต้องลับลวงพราง พูดไปหมดไม่ได้มันเป็นการปฏิบัติการทางยุทธวิธี แต่เราต้องมีวิธีการตอบโต้ต่อต้าน

นอกจากนี้ตนเตรียมตรวจเยี่ยมปราสาทภูโคกใหญ่ช่องบก ซึ่งมีลักษณะคล้ายปราสาทคนา และถือเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี ที่เราสามารถสร้างถนนไปถึงปราสาท และนำกำลังพลขึ้นไปควบคุมพื้นที่ ซึ่งการสร้างถนนทางกองทัพบกได้มอบงบประมาณมาส่วนหนึ่ง และส่วนที่เหลือเป็นการช่วยเหลือจากประชาชน

พลโท วีรยุทธ ย้ำว่า ปัจจุบันได้ยึดควบคุมพื้นที่เอาไว้ทั้งหมด ตลอดแนว พร้อมทั้งยืนยันว่ากำลังพลทั้งหมดทุกเหล่าทัพ ประชาชนต่างเข้ามามีส่วนร่วมปกป้องพื้นที่ ถือเป็นความภาคภูมิใจในความเป็นไทยของเรา ในขณะที่สื่อมวลชนก็เป็นกระบอกเสียง ได้เห็นถึงความสามัคคีของทุกภาคส่วน รวมถึงการสร้างถนนหนทาง นอกจากเป็นการดําเนินการของเหล่าทัพแล้ว ประชาชนก็ยังได้เข้ามามีส่วนร่วม เพื่ออํานวยความสะดวกในการปฏิบัติภารกิจทางทหาร นอกจากนี้ เรื่องปฏิบัติการสงครามข่าวสาร ถือว่าเป็นเรื่องสําคัญ ที่เราต้องปฏิบัติร่วมกัน เพื่อตอบโต้ต่อต้านข่าวบิดเบือน เกิดจากการสื่อสารของฝ่ายตรงข้าม

พลโท วีระยุทธ ระบุด้วยว่า ตามภาพข่าว เราอาจจะได้เห็นภาพทหารกัมพูชามีการเคลื่อนย้ายรถถัง หรือยุทธโธปกรณ์ต่าง ๆ แต่นัยสำคัญในพื้นที่เราได้เฝ้าติดตามสถานการณ์ ซึ่งอาวุธยุทธโธปกรณ์ทุกชนิดต้องได้รับการฝึก และต้องใช้เวลาทั้งเรื่องการเตรียมความพร้อมของกำลังพล ซึ่งต้องมีองค์ประกอบครบถ้วน ถึงจะสามารถเคลื่อนย้ายมาได้ เช่น มีถนนลำเลียงและน้ำมันมีเติมหรือไม่

ทั้งนี้ย้ำว่าเราติดตามสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา  หากเกิดการปะทะรอบ 3 ทุกพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นกองทัพภาคที่ 1 กองทัพภาคที่ 2 และพื้นที่จันทบุรี-ตราดของกองทัพเรือ ล้วนมีความสำคัญ เพราะเป็นพื้นที่ล่อแหลมทั้งหมด เราต้องรวบรวมข่าวสารเพื่อประเมินสถานการณ์ ในการเตรียมความพร้อม ทั้งด้านกำลังพล ทรัพยากร การฝึก ใครพร้อมกว่า  ไวกว่า มีอาวุธมากกว่า ไปถึงที่หมายได้ไวกว่าก็มีโอกาสตอบโต้เอาชนะได้

พลโท วีระยุทธ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการสร้างอ่างเก็บน้ำที่ห้วยตามาเรีย จ.ศรีสะเกษ อยู่ในขั้นตอนของการวางแผนกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งการทำงบประมาณเสนอโครงการที่จะต้องเตรียมการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล

อย่างไรก็ตามได้มีการกำชับกำลังพลให้อยู่ใน ระเบียบวินัย ระมัดระวังเรื่องการตอบโต้หากมีการยั่วยุ ต้องมีการสั่งการ และควบคุมแต่ไม่ใช่ห้าม ต้องมีมาตรการตอบโต้ที่เหมาะสม ผู้บังคับหน่วยทุกระดับมีอำนาจในการตัดสินใจ แต่ต้องมีการควบคุม เนื่องจากการยั่วยุบางอย่างอาจจะไม่ใช่ที่จะต้องยิงหรือปะทะหรือปะทะเลย อาจจะเป็นการไร้ระเบียบวินัยของฝ่ายตรงข้ามดังนั้นเราต้องมีวินัยมากกว่าเพราะหากเราปฏิบัติแล้วจะต้องมีผลสำเร็จ และต้องเหนือกว่าคู่ต่อสู้ หากดำเนินการแล้วไม่มีการควบคุม จะทำให้เกิดความเสียหาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง