ครอบครัวชาวเกาหลีใต้ ร้องไห้ปริ่มขาดใจรอรับร่าง ลูกสะใภ้คนไทย และสามีชาวเกาหลีใต้ ที่เสียชีวิตจากเหตุเครนทับรถไฟ

ครอบครัวชาวเกาหลีใต้ ร้องไห้ปริ่มขาดใจรอรับร่าง ลูกสะใภ้คนไทย และสามีชาวเกาหลีใต้ ที่เสียชีวิตจากเหตุเครนทับรถไฟ

View icon 24
วันที่ 16 ม.ค. 2569 | 18.18 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ครอบครัวชาวเกาหลีใต้ ร้องไห้ปริ่มขาดใจรอรับร่าง ลูกสะใภ้คนไทย และสามีชาวเกาหลีใต้ ที่เสียชีวิตจากเหตุเครนทับรถไฟ โดยหลังรับศพแล้ว ได้นำร่างผู้เสียชีวิตทั้งสองส่งกลับภูมิลำเนาที่จังหวัดศรีสะเกษ

16 มกราคม 2569  ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการรับ ร่างของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เครนก่อสร้างรถไฟฟ้า ความเร็วสูงพังถล่มลงมาทับ ขบวนรถไฟสายกรุงเทพ - อุบลราชธานี ที่บริเวณทางรถไฟอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา โดยช่วงเวลา 13:00 น. ที่ผ่านมา มีญาติของผู้เสียชีวิตได้ทยอยเดินทางเข้ามาติดต่อรับร่างผู้เสียชีวิตกันอย่างต่อเนื่อง

โดยในรายแรกนั้น ได้แก่ ซูไฮมิน เยง ที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิหก 31 นครราชสีมาได้นำร่างไปส่งที่สนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนที่จะขึ้นเครื่องกลับไปยังจังหวัดปัตตานี รายที่สองนั้นได้แก่ นางสาวเปรมประภาภร  ศรีสุธรรม นำร่างกลับไปภูมิลำเนาที่จังหวัดอุดรธานี รายที่ 3 และ 4 คือ นางสาวสุรัฐฏิยากรณ์  กันยา และสามีชาวเกาหลีใต้ ชื่อนายยง โฮ คิม ที่จะนำร่างสองสามีภรรยานั้นเดินทางกลับไปยังภูมิลำเนาที่จังหวัดศรีสะเกษ โดยในระหว่างการรับร่างผู้เสียชีวิตนั้นทางญาติทั้งฝั่งภรรยาชาวไทยและฝั่งทางสามีที่เป็นชาวเกาหลีใต้นั้นมารับร่าง ของทั้งคู่ด้วยความเศร้าโศกเสียใจ โดยเฉพาะผู้เป็นแม่ของนายยง โฮ คิม ที่ทำใจไม่ได้กับการสูญเสียลูกชายและลูกสะใภ้ในครั้งนี้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิฮุก 31 นครราชสีมา นั้นได้ทำการเปิดโลงศพให้ทางญาติของทั้งสองฝ่ายได้พิสูจน์ใบหน้าซึ่งทางญาตินั้นหลังจากเห็นใบหน้าก็เริ่มร้องไห้ออกมาอีกครั้งหนึ่งและยืนยันว่าทั้งสองร่างนั้นคือคนในครอบครัว  จากนั้นในเวลา 16:30 น. ทางญาติของนางชยานี  วรรณทวี ก็ได้เดินทางมาติดต่อรับร่างของผู้เสียชีวิตด้วยเช่นกันโดยทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิฮุก31 นครราชสีมา จะได้นำส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับไปยังภูมิลำเนาที่จังหวัดศรีสะเกษ

อย่างไรก็ตามสำหรับการติดต่อรับร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟนั้นก็ยังคงมีอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในรายที่ยังไม่สามารถพิสูจน์อัตลักษณ์ได้และต้องรอผลตรวจดีเอ็นเออย่างน้อยสองถึงสามวัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง