ตามจับพระจีวรบิน หลังก่อเหตุแล้วหนีบวชพระกว่า 10 ปี ฉวยโอกาสหลบหนี ตำรวจบาดเจ็บแต่ไม่ยอมถอย

ตามจับพระจีวรบิน หลังก่อเหตุแล้วหนีบวชพระกว่า 10 ปี ฉวยโอกาสหลบหนี ตำรวจบาดเจ็บแต่ไม่ยอมถอย

View icon 54
วันที่ 17 ม.ค. 2569 | 10.30 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (17 ม.ค 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกันจับกุม นายสันติ อายุ 47  ปี เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของ ศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ จ.9/2558 ลงวันที่ 6 มกราคม 2558 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุถึงแก่ความตาย” สถานที่จับกุม บริเวณสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง จ.นครพนม

พฤติการณ์ก่อนการจับกุม เนื่องจากวันที่ (30 ส.ค. 57) นายสันติ ได้ทุบตีทำร้ายร่างกาย น.ส.นงเยาว์ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในห้องเช่าไม่มีเลขที่ ใน จ.ภูเก็ต หลังจากทำร้าย นายสันติ ได้ล็อกกุญแจห้อง ปิดห้องจากด้านนอกแล้วหลบหนีไป หลังเกิดเหตุประมาณ 6-7 วัน มีผู้พบศพ น.ส.นงเยาว์ เสียชีวิตภายในห้องเช่าดังกล่าว

โดยพนักงานสอบสวนและพยานหลักฐานเชื่อว่า ผู้ตายถูกนายสันติ ทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลออกหมายจับในความผิดฐาน “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย”

พฤติการณ์ในการจับกุม เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.1 บก.ปพ. ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าผู้ต้องหา ได้หลบหนี มาบวช ณ สำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง จ.นครพนม และวางแผนเข้าจับกุม เจ้าหน้าที่ได้เข้าประสานงานตามขั้นตอน และแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมแสดงหมายจับต่อผู้ต้องหา โดยขณะนั้นผู้ต้องหายังคงอยู่ในสมณเพศ เจ้าหน้าที่จึงยังไม่ได้ใช้เครื่องพันธนาการ เพื่อเคารพสมณเพศ และปฏิบัติตามขั้นตอนที่เหมาะสม

ต่อมาผู้ต้องหาได้ใช้อุบายขอขึ้นไปบนภูเขาเพื่อกราบพระพุทธรูป โดยอ้างว่ายังไม่ได้ดำเนินการ ลาสิกขาให้แล้วเสร็จ ระหว่างที่อยู่บนภูเขา ผู้ต้องหาได้ฉวยโอกาส กระโดดลงจากหน้าผา ลึกกว่า 4 เมตร และวิ่งหลบหนีไปตามสันเขา เป็นระยะทางประมาณ 500 เมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดตามอย่างกระชั้นชิด และสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ เนื่องจากบริเวณพื้นที่จับกุมเป็นทางลาดชัน และเป็นทางภูเขาสลับซับซ้อน

ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บจากการติดตามจับกุม จนภารกิจสำเร็จลุล่วง จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการลาสิกขาผู้ต้องหาตามขั้นตอน ก่อนควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ป่าตอง จ.ภูเก็ต เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง