ข่าวภาคค่ำ - ศูนย์พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล เหตุเครนถล่มทับรถไฟ ที่จังหวัดนครราชสีมา ปิดแล้ว หลังภารกิจเสร็จสิ้น โดยร่างสุดท้าย ร่างที่ 30 เป็นชายชาวเยอรมัน ภรรยาสุดอาลัยเดินทางเข้ารับร่างสามีที่จากไปไม่มีวันกลับ
ป้าแต๋ว ภรรยาของชาวเยอรมันผู้เคราะห์ร้าย จุดธูปให้สามีเดินทางกลับบ้านด้วยกัน เพื่อไปบำเพ็ญกุศล ที่จังหวัดสุรินทร์
บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้าอาลัย ป้าแต๋ว เล่าว่า ขณะเกิดเหตุนั่งอยู่ข้างสามีในขบวนรถไฟ แม้เธอรอดชีวิตมาได้ แต่ได้รับบาดเจ็บที่หน้าผากและใบหน้า
ร่างของชายชาวเยอรมัน อายุ 77 ปี เป็นรายสุดท้าย จากผู้เสียชีวิตทั้งหมด 30 คน ที่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากเหตุเครนถล่มทับรถไฟ ที่จังหวัดนครราชสีมา เดินทางรับศพกลับไปครบแล้ว
นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นำแถลงปิดศูนย์พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล เหตุเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง ถล่มทับขบวนรถไฟโดยสาร อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา
ภายหลังการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลของผู้เสียชีวิต ทั้งหมด 30 คน ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว และญาติได้เข้ารับร่างผู้เสียชีวิตกลับไปบำเพ็ญกุศลครบหมดแล้วในวันนี้ (18 ม.ค.)
ส่วนการเยียวยาผู้เสียชีวิต ครอบครัวจะได้รับเงินเยียวยา คนละประมาณ 1,773,000 บาท
สรุปตัวเลขผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ มีทั้งหมด 71 คน ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 16 คน ในจำนวนนี้ มี 4 คน ที่บาดเจ็บอาการหนัก ยังอยู่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา
ได้แก่ เด็กอายุ 1 ขวบเศษ ที่ปอดช้ำทั้ง 2 ข้าง ยังใส่ท่อช่วยหายใจ นอกจากนี้ ผู้บาดเจ็บอีก 1 คนที่กระดูกต้นคอหัก ต้องใส่ท่อช่วยหายใจเช่นกัน
ส่วนที่เกิดเหตุ ผู้รับเหมาก่อสร้าง เร่งรื้อซากเครนที่อยู่บนโครงการรถไฟความเร็วสูง แต่ก็เป็นไปด้วยความล่าช้า ยังไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ตามกำหนดในวันนี้
ขณะที่ การรถไฟแห่งประเทศไทย เตรียมพร้อม นำรางตัวใหม่ที่จะวางทดแทนรางรถไฟเก่าที่ถูกเครนถล่มลงมา ได้รับความเสียหาย
ในส่วนของความเสียหายที่เกิดขึ้นกับขบวนรถไฟ การรถไฟฯ ประเมินไว้กว่า 105 ล้านบาท ที่การรถไฟฯ จะดำเนินการฟ้องเรียกค่าเสียหายจากบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้าง ต่อไป