เช้านี้ที่หมอชิต - คืบหน้ากรณีอุบัติเหตุเครนหล่นทับรถไฟขบวน 21 กรุงเทพ-อุบลราชธานี วันที่ 14 มกราคม ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 30 คน และเมื่อวานนี้มีหลายครอบครัวเดินทางรับศพที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า
นางแต๋ว อายุ 63 ปี ภรรยาของชายชาวเยอรมัน อายุ 77 ปี หนึ่งในผู้เคราะห์ร้ายเสียชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนี้ ได้จุดธูปบอกกล่าวสามีให้เดินทางกลับบ้านด้วยกัน เพื่อไปบำเพ็ญกุศล ที่จังหวัดสุรินทร์
ภรรยาผู้เสียชีวิต บอกว่า วันเกิดเหตุตนเองยังจำภาพทุกอย่างได้ดี ตนเองนั่งอยู่ข้างสามีในขบวนรถไฟกลับบ้านเกิด จังหวัดสุรินทร์ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ อยู่ ๆ ได้ยินเสียงของตกลงใส่โบกี้ที่ 2 ดังสนั่นคล้ายเสียงระเบิด
สามีถูกเหล็กทับคอออกไม่ได้ ส่วนตนเองถูกเหล็กกระแทกศีรษะบาดเจ็บ พอตั้งสติได้พยายามตะเกียกตะกายออกจากรถไฟ เพื่อรอคนมาช่วยเหลือ แต่ในใจตนเองรู้อยู่แล้วว่าสามีคงไม่รอด
นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งครอบครัว ที่ต้องสูญต้องสูญเสียสมาชิกในครอบครัวกับอุบัติเหตุครั้งนี้ถึง 3 คน
โดยนายอนาวิน สิงห์ลอ อายุ 27 ปี บอกว่า ตนเองและญาติ เดินทางมาติดต่อรับร่างของพ่อแม่และน้องชาย วัย 8 ขวบ ที่เสียชีวิตพร้อมกันในอุบัติเหตุครั้งนี้ เพื่อกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ
ตอนนี้ตนเองพูดอะไรไม่ออก แต่อยากให้ทางรัฐนั้นดำเนินคดีกับบริษัทที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ถึงที่สุด เพราะมันเกิดเหตุผิดพลาดหลายครั้งแล้ว
ส่วนที่บ้านห้วยค้อ ตำบลโนนพะยอม อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นบ้านของนางสาวอติพร ชูเนตร หรือ ไนซ์ อายุ 25 ปี หนึ่งในผู้เสียชีวิต
เมื่อวานนี้แม่ของผู้เสียชีวิตพร้อมญาติ ๆ และเพื่อนสนิท ต่างช่วยกันจัดสถานที่สวดอภิธรรม และจะฌาปนกิจในวันพุทธนี้
นางสาวละอองดาว ชูเนตร แม่ผู้เสียชีวิต ยังอยู่ในความโศกเศร้า บอกว่า วันเกิดเหตุ 14 มกราคม ลูกสาวบอกว่า จะเดินทางไป จังหวัดอุบลราชธานีกับแฟน เพื่อติดต่อซื้อพริกส่งเข้าโรงงาน
จากนั้นไม่มีใครติดต่อลูกสาวได้อีกเลย กระทั่งทราบข่าวว่าเกิดเหตุเครนหล่นทับรถไฟ และลูกสาวคือหนึ่งในผู้โดยสารรถไฟขบวนนั้น ตนเองเป็นลมหมดสติทันที
ความฝันของลูกสาว ลูกตั้งใจว่าอยากสร้างบ้านหลังใหม่ให้แม่ แต่ยังสร้างไม่เสร็จลูกมาด่วนจากไปเสียก่อน ส่วนเรื่องเงินเยียวยานั้น จะเยียวยามากมายเท่าไรก็ไม่ต้องการ อยากได้ชีวิตลูกกลับคืนมากกว่า
ส่วนที่ วัดไผ่เหลือง ตำบลบางรักพัฒนา อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี นายอภิชัย อร่ามศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ นายปฏิพันธ์ ยิ้มสมบูรณ์ (กิ๊ก) อายุ 39 ปี เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานรับแจ้งการเจ็บป่วยฉุกเฉิน (Call Radio) ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน และเป็นอาสากู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้าของบรรดาเพื่อน ๆ ร่วมงานครั้งนี้
ขณะที่ชาวบ้านอยู่ติดกับจุดเกิดเหตุ บ้านถนนคด ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ยังคงเครียดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างเช่นยายหนูใหญ่ ปิ่นจันทึก อายุ 73 ปี บอกว่า ช่วงเกิดเหตุก็เห็นผู้โดยสารร้องขอความช่วยเหลือ และเห็นตู้รถไฟเกิดเพลิงไหม้ แต่ด้วยอายุที่มากไม่สามารถเข้าช่วยเหลือได้ จนเป็นภาพติดตา นอนไม่หลับ ต้องไปหาหมอขอยานอนหลับมากิน
ตนเองอายุจนถึงขนาดนี้ ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนเลย เชื่อว่าน่าจะเป็นบุญเป็นกรรมจนต้องมาตายร่วมกันเป็นจำนวนมาก ตอนนี้ทำได้แต่เพียงภาวนาและอุทิศส่วนบุญกุศลให้ผู้เสียชีวิต
ด้าน ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมหน่วยงานเกี่ยวข้องร่วมกันแถลงปิดศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลเมื่อวานนี้
โดยผู้ว่าฯ เผยว่า ขณะนี้การพิสูจน์เอกลักษณ์ผู้เสียชีวิตสามารถยืนยันเอกลักษณ์ครบถ้วน และส่งร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 30 คน ให้ทางญาติครบถ้วนแล้ว
ส่วนตัวเลขผู้บาดเจ็บ จากเหตุการณ์นี้ มีทั้งหมด 71 คน ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 16 คน ในจำนวนนี้ มี 4 คน บาดเจ็บสาหัส
สำหรับเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตได้รับเบื้องต้นรายละ 1,773,000 บาท แยกเป็นแหล่งที่มาของเงินช่วยเหลือ ดังนี้
-เงินสงเคราะห์พระราชทาน 20,000 บาท
-การรถไฟแห่งประเทศไทย 340,000 บาท
-กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยสำนักนายกฯ 50,000 บาท
-กรมธรรม์ประกันภัย 1,000,000 บาท
-พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย 200,000 บาท
-มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ 10,000 บาท
-สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด 3,000 บาท และบริษัทอิตาเลียนไทยฯ จำนวน 150,000 บาท
ส่วนผู้บาดเจ็บได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นรายละ 50,000 บาท