สาววางหมวกตำรวจไว้หน้ารถ หวังใช้เป็นใบเบิกทางด่านตรวจ หลังขับรถเถื่อนสวมทะเบียนปลอม

สาววางหมวกตำรวจไว้หน้ารถ หวังใช้เป็นใบเบิกทางด่านตรวจ หลังขับรถเถื่อนสวมทะเบียนปลอม

View icon 164
วันที่ 19 ม.ค. 2569 | 12.26 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) จับกุมผู้ต้องหา น.ส.ดวงดาวฯอายุ 43 ปี ในข้อหา กระทำความผิดฐาน “ปลอมแปลงเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม”

พร้อมด้วยของกลาง
1. แผ่นป้ายภาษีประจำปี จำนวน 1 แผ่น
2. แผ่นป้ายทะเบียนรถ จ.นครศรีฯ จำนวน 2 แผ่น(ออกใบสั่งแล้วเรียบร้อย)
3. รถยนต์สีบรอนซ์ทอง จำนวน 1 คัน

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ (17 ม.ค. 68) เวลาประมาณ 09.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. ตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจรและป้องกันอาชญากรรม บน ทล.41 กม.23 (ขาล่องใต้) ต.วิสัยใต้ อ.สวี จ.ชุมพร

ต่อมาเมื่อถึงเวลาประมาณ 10.00 น. พบรถยนต์สีบรอนซ์ทองทะเบียน จ. นครศรีธรรมราช ขับผ่านเข้ามายังจุดตรวจ ภายในรถยนต์มีผู้หญิงเป็นผู้ขับขี่และผู้โดยสาร และพบหมวกลักษณะคล้ายหมวกของเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งอยู่บริเวณคอนโซนหน้าของรถ

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เรียกตรวจสอบให้เข้าชิดซ้ายในจุดที่ปลอดภัยเพื่อตรวจสอบ เนื่องจากพบแผ่นใบภาษีที่ติดมาบริเวณกระจกด้านซ้ายติดไว้มีลักษณะพิรุธ ต้องสงสัย ไม่ตรงกับที่ขนส่งออกมาให้

ต่อมาได้ พบ น.ส.ดวงดาว ฯ แสดงตนเป็นผู้ขับขี่ เจ้าหน้าที่จึงได้ขอดูใบอนุญาตขับขี่และสอบถามเกี่ยวกับแผ่นป้ายภาษีที่ติดมา โดยได้ให้ น.ส.ดวงดาวฯ แกะออกจากกระจกออกมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ

จากการตรวจสอบพบว่าทะเบียนนี้ ที่ติดรถมาไม่ขึ้นข้อมูลรถในระบบ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้เช็กกับเลขตัวถังของรถยนต์ พบเป็นรถเก๋งทะเบียน จ.กรุงเทพมหานคร และได้เช็กในระบบก็ไม่ขึ้นข้อมูลเช่นกัน จึงได้ตรวจสอบแผ่นป้ายภาษีที่ติดมาไม่พบข้อมูลในระบบของกรมการขนส่งอีกเช่นกัน และข้อมูลก็ซึ่งไม่ตรงกับแผ่นป้ายทะเบียนรถที่ติดมา

เจ้าหน้าที่ได้นำแผ่นป้ายภาษีมาตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่า แผ่นป้ายภาษีมีข้อความแสดงเลขตัวถังไม่ถูกต้อง และสีของตัวหนังสือ มีลักษณะจางไม่ใช่แบบที่ กรมการขนส่ง เป็นผู้ออก เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า “ปลอมแปลงเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม” ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวจริง โดยรถคันดังกล่าวเป็นรถยนต์ และได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.สวี เพื่อดำเนินคดีต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง