เช้านี้ที่หมอชิต - "ภูมิธรรม-ทวี" รอดแล้ว ! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่ผิดจริยธรรม ปมถูกร้องว่าเข้าแซกแซงคดีฮั้วเลือก สว. ของ หรือไม่นั้นโดยมีมติ เสียงข้างมาก 8 ต่อ 1
ช่วงบ่ายเมื่อวาน องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นั่งบัลลังก์ อ่านคำวินิจฉัยในคดีที่ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเป็นตำแหน่งในขณะนั้น ที่ถูกร้องว่า ใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นอำนาจของ กกต. จึงถือว่าทั้งสองคน ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริต เป็นที่ประจักษ์ และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืน และปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม หรือไม่
หลังจากองค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ใช้เวลาอ่านคำวินิจฉัย นานราว ๆ 1 ชั่วโมงครึ่ง สรุปก็คึอ นายภูมิธรรม และ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ไม่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนจริยธรรม อย่างร้ายแรง ไม่ได้กระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง วินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของทั้งสองคน ไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัว แต่อย่างไรก็ดี ความเป็นรัฐมนตรีของทั้งสองสิ้นสุดไปก่อนแล้ว เพราะยุบสภา
ทั้งนี้ ไม่ปรากฏข้อเท็จจริง หรือ พยานหลักฐานอื่นใด ๆ ว่า ผูู้ถูกร้อง ทั้ง 2 คน มีการสั่งการ หรือใช้อำนาจหน้าที่เข้าไปแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.ในคดีฮั้วสว. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินการแต่อย่างใด
เมื่อวาน นายภูมิธรรม ไม่ได้ไปฟังคำวินิจฉันเนื่องจากลงพื้นที่หาเสียง ร่วมกับพรรคเพื่อไทย ไปที่ จังหวัดบึงกาฬ เช่นเดียวกับ พันตำรวจเอก ทวี มอบหมายผู้แทนมาฟังคำวินิจฉัยแทน
ขณะที่ ฝั่งของผู้ร้องเรียน พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สมาชิกวุฒิสภา ผู้รับมอบอำนาจจากประธานวุฒิสภาในฐานะผู้ร้อง เดินทางมาด้วยตนเอง แต่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน
ภายหลังปรากฏคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ นายภูมิธรรม ให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกดีใจ และต้องขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญ ที่ให้กำลังใจคนทำงาน ที่ตั้งใจทำงาน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในคดีนี้ ตนเองทำตามหน้าที่ ตามที่มีการร้องเรียน ต้องการทำให้ข้อเท็จจริง เป็นที่ประจักษ์
เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาเป็นคดีการเมืองหรือไม่ นายภูมิธรรม ระบุว่า เรื่องนี้ ยังไม่อยากพูด เพราะช่วงนี้เป็นช่วงเลือกตั้ง แต่ตนว่า ทุกคนเห็นและรู้ และได้ฟังศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมดแล้ว ก็จะชัดเจนว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ตนคิดว่า ถ้าไปอ่านคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมด ก็คงเข้าใจว่า เรื่องราวเป็นอย่างไร
เช่นเดียวกับ พันตำรวจเอกทวี เปิดเผยกับสื่อฯ ว่า ความจริงชนะทุกสิ่ง โดยชี้ว่ากระบวนการกฎหมายต้องไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง และต้องขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญ สำหรับความยุติธรรม คำวินิจฉัย ที่ปรากฏ ไม่ใช่เพียงชัยชนะส่วนตัว แต่เป็นชัยชนะของ "หลักนิติธรรม" ที่พรรคประชาชาติ และตนเอง ยึดถือมาโดยตลอด