พายุไซโคลน "แฮร์รี" พัดถล่มหลายประเทศทางตอนใต้ของยุโรป บริเวณชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน รวมทั้งที่อิตาลี เกิด "สตรอมเซิร์จ" ซัดถล่มชายฝั่งอย่างหนัก
ภาพที่บันทึกจากกล้องวงจรปิด เมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา เผยให้เห็นภาพภายในร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมืองกาตาเนีย (Catania) บนเกาะซิซิลี ของอิตาลี ขณะพายุไซโคลน "แฮร์รี" (Harry) พัดถล่ม ส่งผลให้เกิด "สตรอมเซิร์จ" ซัดชายฝั่งอย่างรุนแรง จนให้โครงสร้างของอาคารที่เป็นกระจกถูกคลื่นซัดแตกกระจาย กระแสน้ำไหลเข้าไปภายในอาคาร ทำให้โต๊ะและเก้าอี้ไหลไปตามกระแสน้ำ
ขณะที่ วานนี้ (21 ม.ค.) ทางการอิตาลีเปิดเผยว่าในช่วงตลอด 3 วัน ที่พายุลูกนี้พัดถล่มมาตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกว่า 1,480 นาย ออกปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยมากกว่า 1,650 ครั้ง จากสภาพอากาศเลวร้ายพัดถล่มในพื้นที่ 3 แคว้นทางตอนใต้ของประเทศ ได้แก่ ซิซิลี, ซาร์ดิเนีย และคาลาเบรีย และคลื่นสูงยังทำให้รถยนต์บางส่วนที่จอดอยู่บริเวณริมชายฝั่งถูกซัดตกลงไปในน้ำด้วย รวมทั้งมีฝนตกหนัก และกระแสลมแรง
ส่วนที่ประเทศมอลตา ซึ่งเป็นประเทศหมู่เกาะในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทางใต้ของยุโรป พายุไซโคลน "แฮร์รี" ซึ่งมีกระแสลมแรงกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สร้างเสียหายอย่างหนักตามแนวชายฝั่ง ทำให้การเดินทางหยุดชะงัก เรือยอชต์หลายลำถูกซัดขึ้นฝั่ง ต้นไม้ล้มระเนระนาด และเศษซากต่าง ๆ กระจายเกลื่อนถนน ขณะที่ เกษตรกร, ชาวประมง และเจ้าของธุรกิจเริ่มทำการประเมินความเสียหายจากพายุแล้ว