เช้านี้ที่หมอชิต - พื้นที่หมู่ 6 ตำบลย่านรี อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี เกิดเหตุไฟไหม้ต้นข้าวในนาของชาวนาที่กกำลังเก็บเกี่ยว ต้องช่วยดับไฟกันวุ่น
ข้าวยังเกี่ยวไม่เสร็จเพลิงไหม้ เจ้าของถึงกับลมจับ จ.ปราจีนบุรี
เจ้าของที่นาและเพื่อนบ้านต้องช่วยกันดับไฟที่กำลังลามไหม้ต้นข้าวในนาที่พร้อมเก็บเกี่ยว โดยเพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว จึงต้องโทร.แจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าระงับเหตุ
จากนั้นเมื่อเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.ย่านรี นำรถดับเพลิงมาถึง ปรากฏว่ารถดับเพลิงไม่สามารถขับเข้าที่เกิดเหตุได้ เพราะกลัวรถจะติดหล่ม เนื่องจากดินในนาข้าวเปียกแฉะ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเปลี่ยนแผนแบกถังฉีดน้ำช่วยชาวบ้านดับไฟ จึงสามารถดับไฟได้ เหตุการณ์ครั้งนี้ทำเอาเจ้าของที่นาถึงกับเป็นลม
เพื่อนบ้านเจ้าของนาข้าว ที่มาช่วยลงแขกเกี่ยวข้าว บอกว่า เพื่อนบ้านจุดไฟเผาตอซังข้าวในนา จากนั้นลมพัดหอบเอาเศษเปลวไฟมาตกใส่นาข้าว ยังเคราะห์ดีที่ช่วยกันดับทัน ทำให้ข้าวเสียหายแค่หนึ่งงาน หากดับไม่ทัน ไฟคงลามไหมนาข้าวเสียหายทั้งหมดรวม 6 ไร่
แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงเรื่องไฟไหม้ช่วงนี้ ปัญหาหนึ่งที่ตามมา คือเรื่องฝุ่นควันพิษ อย่างจังหวัดลำปาง ที่ผ่านมา เป็นจังหวัดที่เจอปัญหาฝุ่นควันพิษจากไฟป่าหนักมาก ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน รวมถึงส่งผลเสียด้านการท่องเที่ยว
"ป่าเปียกโมเดล" แก้ปัญหาไฟป่ายั่งยืน จ.ลำปาง
ทำให้กลุ่มเครือข่ายป่าเปียกจังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นกลุ่มจิตอาสาภาคเอกชน ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐทดลองการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน โดยใช้แนวพระราชดำริ "ป่าเปียก" ทดลองทำในพื้นที่วนอุทยานม่อนพระยาแช่และดอยพระบาท
วิธีการเริ่มจากการทำแนวกันไฟ ทำฝายชะลอน้ำในจุดที่เป็นเส้นทางน้ำไหลในป่าเพื่อดินมาความชุ่มชื้นตลอด พร้อมกับติดกล้อง CCTV จำนวน 16 ตัว ตามจุดเสี่ยงที่มักจะเกิดไฟป่าประจำ เพื่อป้องปรามคนที่จะลักลอบเข้าไปเผาป่า และใช้โดรนตรวจจับความร้อนคอยสำรวจ
ซึ่งตลอด 3 ปี ที่ผ่านมา เห็นชัดว่าไฟป่าลดลงอย่างมาก ถือเป็นอีกแนวทางในการแก้ปัญหาไฟป่าในหน้าแล้ง ต้นตอของเรื่องฝุ่น ควัน ได้อย่างดี
ส่วนใครที่อยากรู้ว่า ข้อกฎหมายและบทลงโทษ เผาขยะ-เผาป่า มีโทษอย่างไร? โดย กรมควบคุมมลพิษ ระบุบทลงโทษตามกฎหมายดังนี้
- การเผาในพื้นที่ตนเอง หรือพื้นที่สาธารณะทั่วไป โทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- การเผาในพื้นที่ข้างทาง ระยะห่างไม่เกิน 500 เมตรจากทางเดินรถ มีความผิดตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 โทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท
- การเผาในพื้นที่เกษตรกรรม มีความผิด โทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- การเผาป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหรือในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โทษจำคุก 4 ปี ถึง 20 ปี ปรับตั้งแต่ 400,000 บาท ถึง 2,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ส่วนกรณีบุคคลใดเผาป่าเป็นเนื้อที่เกินกว่า 25 ไร่ โทษจำคุกตั้งแต่ 4 ปี ถึง 20 ปี ปรับ 200,000 บาท ถึง 2,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรบ