โชเฟอร์รถตู้โดยสารเกมเพราะตำรวจทางหลวงตาไว ติดแผ่นป้ายเสียภาษีปลอม สารภาพทำเองเมื่อวันก่อน เหตุเมียให้เงินมาต่อภาษี แต่เอาเงินไปให้เมียน้อยหมดแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 69 เวลาประมาณ 15.00 น. ที่ผ่านมา ตำรวจทางหลวงอยุธยา ได้ออกตรวจพื้นที่ในเขตรับผิดชอบ มาถึงบริเวณช่วงหลัก กม.ที่ 7 – 8 ถนนสายเอเชีย (ขาออก) ในพื้นที่ ต.บ้านเลน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา พบรถตู้โดยสารประจำทาง สีขาว ทะเบียน 16 - 4036 กรุงเทพมหานคร ขับขี่ผ่านมาผิดสังเกต จึงทำการตรวจสอบกับระบบข้อมูลทะเบียนรถยนต์และทะเบียนรถขนส่ง (ฐานข้อมูลกรมการขนส่งทางบก) ของระบบ Crimes สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่ามีวันสิ้นสุดอายุภาษี ตั้งแต่ 30 ก.ย. 67 และพบเห็นมีการใช้แผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีประจำปีติดอยู่ที่กระจกบานหน้าฝั่งซ้ายมือของผู้ขับขี่
จากนั้นตำรวจทางหลวงจึงได้ส่งสัญญาณไฟกระพริบสีแดง และใช้สัญญาณเสียงรวมถึงการพูดออกคำสั่งผ่านไมโครโฟนเรียกรถตู้โดยสารคันดังกล่าวให้หยุด เพื่อทำการตรวจสอบ พบ นายธงชัย อายุ 61 ปี ชาว จ.สมุทรปราการ เป็นคนขับ ก่อนขอดูใบอนุญาตขับขี่รถขนส่ง ผลการตรวจสอบ มีใบอนุญาตขับขี่รถขนส่งแสดงถูกต้อง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจขอดูแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีประจำปี พบว่ามีแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีประจำปี หมายเลขทะเบียน 16 – 4036 กรุงเทพมหานคร วันสิ้นอายุภาษี 30 ก.ย. 69 จำนวน 1 แผ่น ติดอยู่ที่กระจกบานหน้าฝั่งซ้ายมือของผู้ขับขี่
จากการตรวจสอบแผ่นป้ายภาษีประจำปี พบว่าเป็นการนำหมายเลข 2569 มาติดทับ 2566 โดยตัดแปะเลข 9 ทับเลข 6 ให้เชื่อได้ว่ามีวันสิ้นอายุภาษี 30 ก.ย. 69 จึงนำรถและเชิญตัวผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวมาตรวจสอบที่ หน่วยบริการตำรวจทางหลวงเอเชีย
นายธงชัย บอกว่า วันนี้ได้ขับขี่ตู้คันดังกล่าวมารับจ้าง รับลูกค้าชาวต่างชาติมาตีกอล์ฟ ก็รู้ว่ากระทำผิดแต่ที่ทำไปเพราะจะให้ดูว่าตนเองต่อภาษีมาแล้ว เนื่องจากภรรยาให้เงินมาต่อภาษีแล้ว แต่จริงแล้วยังไม่ได้ไปต่อ และเพิ่งปลอมแปลงป้ายภาษีเมื่อวันก่อน ไม่คิดว่าจะมาเจอตำรวจจับ ตอนแรกติดแค่ให้ภรรยาดู เพราะเงินที่ภรรยาให้ไปต่อภาษี เอาไปให้ภรรยาน้อยหมดแล้ว เพราะคิดว่าเดี๋ยวก็หาใหม่ได้ ปรากฏว่างานน้อยเลยไม่ได้มีเงินไปต่อภาษี โดนจับแล้วก็ยอมรับผิด แต่จะไปรับกับภรรยาหรือไม่พูดยากเลยเรื่องนี้ ไม่น่าเลย
เบื้องต้น แจ้งข้อกล่าวหา 1.ปลอมและใช้เอกสารทางราชการปลอม 2.ใช้รถทำการขนส่งโดยไม่ชำระภาษีประจำปีให้ครบถ้วนถูกต้อง ตามมาตรา 71(2),148 จากนั้นได้นำตัวพร้อมตรวจยึดของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางปะอิน ดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป