เช้านี้ที่หมอชิต - รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยืนยันไม่ได้ปิดพื้นที่ 100% บนถนนพระรามที่ 2 ตลอดสาย เพียงแต่ปิดจุดเสี่ยงเท่านั้น
หลังประชาชน ผู้ใช้เส้นทางถนนพระรามที่ 2 กังวลการปิดเส้นทาง 100% เพื่อเคลียร์พื้นที่หลังเกิดเหตุคานปูนและเครนก่อสร้างโครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 สายทางยกระดับบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ตอน 7 จังหวัดสมุทรสาคร
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก็ชี้แจงถึงข้อกังวลดังกล่าวว่า ไม่ได้ปิดถนนพระรามที่ 2 ทั้งเส้น หรือ ปิดการจราจรอย่างถาวร แต่จะปิดเฉพาะจุดที่มีความเสี่ยงสูง และจำเป็นต้องเร่งซ่อมแซมโครงสร้างที่เสียหาย เพื่อให้การดำเนินงานมีความปลอดภัยสูงสุด กระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด โดย "ความปลอดภัยต้อง 100%"
โดยตนรับฟังเสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชนที่กังวลว่า หน่วยงานราชการกำลังเข้าข้างผู้รับเหมาให้ทำงานง่ายขึ้น โดยไม่คำนึงถึงความลำบากของประชาชน
ตนขอยืนยันว่า "ไม่เป็นความจริง" รัฐบาลไม่มีนโยบายอุ้มผู้รับเหมาที่ประมาทเลินเล่อ ส่วนบทลงโทษทางกฎหมาย หรือการตรวจสอบข้อเท็จจริงในการพิจารณาการขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) นั้น ยังคงเดินหน้าอย่างเฉียบขาด
ส่วนคืบหน้าการกู้พื้นที่ก่อสร้าง กระทรวงคมนาคม ก็อนุมัติให้ใช้อุปกรณ์ Launcher เพื่อรื้อถอนคานสะพานถนนพระราม 2 จังหวัดสมุทรสาคร ได้เป็นกรณีพิเศษ
แม้ก่อนหน้านี้ มีคำสั่งห้ามใช้อุปกรณ์ดังกล่าวในงานก่อสร้างใหม่ แต่กรณีนี้ถือเป็นงานกู้ภัย ไม่ใช่งานก่อสร้าง เพราะพบคานสะพานบางส่วนเกิดรอยแตกร้าว มีแนวโน้มเสียหายจำเป็นต้องรื้อถอนทั้งหมด โดยกรอบเวลาที่หารือกันอยู่ที่ประมาณ 60 วัน หรือ 2 เดือน
ส่วนด้านมาตรฐานความปลอดภัย นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ (วสท.) ยืนยันว่า จะไม่ใช้ผู้รับเหมารายเดิมในการรื้อถอน แต่จะเป็นผู้รับเหมารายใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญ พร้อมติดตั้งระบบตรวจติดตามสุขภาพโครงสร้าง เช่น การวัดแรง การสั่นไหว การเอียงตัว และการรับน้ำหนัก
หากตรวจพบค่าผิดปกติ ระบบจะตัดการทำงานทันที เพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำ และสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยสูงสุดแก่ประชาชนและผู้ใช้เส้นทาง