ไทย-สหรัฐฯ แถลงร่วมฝึก “คอบร้าโกลด์ 2026” ปีที่ 45 ร่วมฝึก-สังเกตการณ์รวม 30 ชาติ ระดมเจ้าหน้าที่เข้าร่วมกว่า 8,000 นาย เสริมสร้างความสัมพันธ์-พัฒนาขีดความสามารถทางทหาร วันที่ 18 กุมภาพันธ์ ถึง 6 มีนาคม พ.ศ. 2569
วันนี้ (26 ม.ค. 69) เมื่อเวลา 08.30 น. พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ร่วมกับ นาย ฌอน เค. โอนีลล์ (SEAN K. O’NEILL) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เป็นประธาน ในการแถลงข่าวการฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ 2026 (CobraGold 2026) พร้อมด้วย ผู้แทนกองทัพสหรัฐฯ และผู้แทนกองทัพมิตรประเทศ ที่เข้าร่วมการฝึกฯ ณ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ จังหวัดปทุมธานี
โดยการฝึกคอบร้าโกลด์ เป็นการฝึกร่วมผสมแบบพหุภาคีระหว่างกองทัพไทย กองทัพสหรัฐอเมริกา และกองทัพมิตรประเทศ ในปีนี้ เป็นปีที่ 45 (Heavy Year) ซึ่งการฝึกนี้เป็นการฝึกที่มีประวัติยาวนานที่สุดการฝึกหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งกองทัพไทยและกองกำลังสหรัฐฯ ภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการฝึกในประเทศไทยเป็นประจำทุกปี
โดยมีประเทศเข้าร่วมการฝึกหลัก จำนวน 7 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย, สหรัฐอเมริกา, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, ญี่ปุ่น, สาธารณรัฐเกาหลี และมาเลเซีย และมีประเทศร่วมการฝึกเพิ่มเติม จำนวน 3 ประเทศ ประกอบด้วย จีน, อินเดีย และออสเตรเลีย
สำหรับกลุ่มประเทศที่หมุนเวียนเข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ ประเทศในโครงการเสนาธิการผสม ส่วนเพิ่มนานาชาติ หรือ MPAT (Multinational Planning Augmentation Team) จำนวน 10 ประเทศ ประกอบด้วย บังกลาเทศ, แคนาดา, ฟิจิ, ฝรั่งเศส, สหราชอาณาจักร, อิตาลี, มองโกเลีย, เนปาล, นิวซีแลนด์ และฟิลิปปินส์
ประเทศที่เข้าร่วมในโครงการสังเกตการณ์ การฝึก (Combined Observer Liaison Team : COLT) จำนวน 10 ประเทศ ประกอบด้วย บรูไน, เยอรมนี, จอร์แดน, ลาว, เนเธอร์แลนด์, ปากีสถาน, ซาอุดีอาระเบีย, สวีเดน, ติมอร์-เลสเต และเวียดนาม รวมทั้งสิ้น 30 ประเทศ จำนวนเจ้าหน้าที่ที่เข้าร่วมการฝึกฯ มากกว่า 8,000 นาย
โดยการฝึกมีจุดประสงค์เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมิตรประเทศที่เข้าร่วมการฝึกฯ และพัฒนาขีดความสามารถทางทหารด้านการอำนวยการยุทธ์ร่วม และยุทธ์ผสม เชื่อมโยงองค์ความรู้ ประสบการณ์ และรูปแบบการฝึกให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกปัจจุบัน ดำเนินการฝึกการปฏิบัติการร่วม/ผสมในทุกมิติ (Combined Joint All Domain Operations : CJADO) โดยครอบคลุมการปฏิบัติการร่วม ทั้งมิติทางบก มิติทางทะเล และมิติทางอากาศ มิติห้วงอวกาศ (Space) และมิติทางไซเบอร์ (Cyber) โดยกำหนดการฝึกหลัก ระหว่างวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ถึง 6 มีนาคม พ.ศ. 2569
ประกอบด้วย การฝึกที่สำคัญดังนี้
1. การฝึกการควบคุมและบังคับบัญชา (Command and Control Exercise : C2X) มุ่งเน้นการปฏิบัติการในทุกมิติ เชื่อมโยงการฝึกปัญหาที่บังคับการ (CPX) กับการฝึกภาคสนาม (FTX) เข้าด้วยกัน อำนวยการยุทธ์ผ่านศูนย์ปฏิบัติการ (Operations Center : OC) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงสร้างการจัดของกองกำลังเฉพาะกิจร่วม/ผสม (Combined Task Force :CTF) มุ่งเน้นปฏิบัติการในทุกมิติ และมีการฝึกปฏิบัติการทางไซเบอร์ การปฏิบัติการทางอวกาศ และการฝึกวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศ (GEOINT)
2. โครงการช่วยเหลือประชาชน (Humanitarian Civic Assistance: HCA) ได้แก่ โครงการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์สำหรับโรงเรียนในพื้นที่การฝึก จำนวน 5 พื้นที่ การฝึกการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และบรรเทาภัยพิบัติ (HADR) ประกอบด้วย การฝึกแก้ปัญหาบนโต๊ะ (HADR-TTX) และ การฝึกสาธิต (HADR-Demo) ซึ่งเป็นการฝึกสาธิตแนวทางในการปฏิบัติเป็นสถานี ตามกลไกการประสานงานพลเรือน -ทหาร และการสนับสนุนจากนานาชาติยามเกิดภัยพิบัติ
3. การฝึกภาคสนาม (Field Training Exercise: FTX) มีกิจกรรมที่สำคัญประกอบด้วย การฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก (AMPHIBEX) การฝึกอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ ขัดแย้ง (NEO/RJNO) การฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง (CALFEX) การฝึกยิ่งอาวุธระยะไกล (HIRAIN) การฝึกโจมตีเป้าหมายทางทะเล (Maritime Strike) การต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ (C-UAS) การฝึกต่อต้านการยกพลขึ้นบก (Counter Landing) และการฝึกปฏิบัติการทางยุทธวิธีด้านข่าวกรองสัญญาณ (SIGINT)
ทั้งนี้ การฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน เป็นการพัฒนาขีดความสามารถทางทหารของกำลังพลที่เข้าร่วมการฝึกในส่วนของกองทัพไทย และกองทัพมิตรประเทศ อีกทั้งเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการ ความชำนาญ และเทคโนโลยีทางทหาร รวมทั้งเพิ่มพูนประสบการณ์ให้กับกำลังพลของกองทัพไทย และกองทัพมิตรประเทศ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มขีดความสามารถ ในการบริหารจัดการงาน ด้านการบรรเทาสาธารณภัยในภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างทหารไทยและทหารมิตรประเทศ กับประชาชนในพื้นที่การฝึกๆ ตลอดจนเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย ในสายตามิตรประเทศและประชาคมโลกต่อไป