กล้าธรรม เคาะ “ธรรมนัส” นั่งหัวหน้าพรรค เจ้าตัวเปิดใจ พรรคโตไว ล้มปลาวาฬหลายเขต พิสูจน์แล้วประชาชนยอมรับ ย้ำทำหน้าที่ฝ่ายค้านเต็มภาคภูมิ ไม่มีฝ่ายแค้น-ฝ่ายคอย
วันนี้ (28 เม.ย.69) ที่โรงแรมโกลเดนทิวลิป ย่านพระราม 9 พรรคกล้าธรรม นำโดย ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ และประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 โดยมีแกนนำพรรค สส. และสมาชิกพรรค เข้าร่วมกันอย่างคึกคัก มีวาระสำคัญคือ การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรค
โดยที่ประชุมได้ทำการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคคนใหม่ ภายหลังจากนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ได้ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค เมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งนายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สส.ตาก พรรคกล้าธรรม ได้เสนอชื่อ ร.อ. ธรรมนัส ให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนต่อไป จากนั้นที่ประชุมจึงดำเนินการวาระลงคะแนนเสียงเลือกตั้งหัวหน้าพรรค รวมถึงกรรมการบริหารตำแหน่งอื่น ๆ
ผลการลงคะแนนเสียงปรากฏว่า ร.อ.ธรรมนัส ได้รับเลือกเป็น หัวหน้าพรรค, นายไผ่ ลิกค์ เป็น เลขาธิการพรรค, นางนฤมล เหรัญญิก พร้อมเลือกรองหัวหน้าพรรคทั้งหมด 12 คน นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีการแต่งตั้งนายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา เป็นโฆษกพรรค ส่วนที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ประกอบด้วย นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน, นางปวีณา หงสกุล และ พล.ต.อ. ประจวบ วงศ์สุข
ภายหลังประชุม ร.อ. ธรรมนัส หัวหน้าพรรคกล้าธรรม กล่าวเปิดใจต่อสมาชิกพรรคฯ ถึงการทำหน้าที่ของพรรคกล้าธรรม ในฐานะพรรคฝ่ายค้านว่า การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคฯ ในวันนี้ นางนฤมล อดีตหัวหน้าพรรคฯ ได้สอบถามตนว่า เมื่อใดจะมาทำหน้าที่หัวหน้าพรรคฯ เพื่อมาขับเคลื่อนพรรคฯ ให้เป็นความหวังคนไทย โดยยืนยันว่า การปรับกรรมการบริหารพรรคฯ ครั้งนี้ไม่ใช่นางนฤมลทำหน้าที่ไม่ดี ส่วนคณะกรรมการบริหารพรรคฯ ได้มาจากแต่ละภูมิภาค ผู้ที่ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคฯ ก็ถือว่าเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ย้ำว่าพรรคกล้าธรรม ไม่มีนาย ไม่มีบ่าว มีเพียงพี่กับน้อง ดังนั้น การหารือเรื่องสำคัญ ตนจะเชิญตัวแทนแต่ละคนมาหารือ ก่อนจะมีการตัดสินใจ ไม่มีระบบเผด็จการที่ตนตัดสินใจ
ร.อ. ธรรมนัส กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่า ที่พรรคกล้าธรรมถูกโจมตีมาโดยตลอด แต่ท้ายที่สุด พรรคกล้าธรรมก็โตได้ สส.เขตถึง 56 เขตการเลือกตั้ง และหลายเขตไม่ได้เพียงล้มช้าง แต่ล้มปลาวาฬ เช่น จังหวัดสระแก้ว จังหวัดน่าน จังหวัดเชียงราย ซึ่งพิสูจน์ว่าประชาชนยอมรับพรรคฯ และพื้นที่ที่ตนไปปราศรัย แทบจะไม่มีพื้นที่ใดที่แพ้การเลือกตั้ง หรือพื้นที่ที่ตนไม่ได้ไปก็ยังได้รับชัยชนะ เพราะผู้สมัครมีความแข็งแรง เช่น จังหวัดนราธิวาส และปัตตานี
ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึงผู้สมัครที่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง และอยู่ในลำดับที่ 2 หลายพื้นที่ราว 45 คนว่า แพ้คะแนนเพียงระดับหลักร้อยหลายพื้นที่ เชื่อว่าหากมีเวลาหาเสียงมากกว่านี้ พรรคกล้าธรรมน่าจะได้ สส.ไม่น้อยกว่า 100 คน และยังไม่นับรวมผู้สมัครที่อยู่ในลำดับที่ 3 อีกว่า 30 เขตการเลือกตั้ง ดังนั้น พรรคกล้าธรรมถือว่าโตไวจนน่ากลัว แต่การเลือกตั้งได้ผ่านไปแล้ว และมีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ตนมีความภาคภูมิใจถึงการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ทั้งช่วงเวลาการหารือ ตั้งกระทู้ หรืออภิปราย ซึ่งพรรคกล้าธรรมมี สส.หน้าใหม่ ที่สามารถเป็นดาวสภาได้ มีเนื้อหา และจังหวะในการอภิปราย ดังนั้น มั่นใจว่า พรรคกล้าธรรมสามารถทำหน้าที่ฝ่ายค้านได้ เพราะการเป็นนักการเมือง จะต้องทำหน้าที่ให้ได้
เพียงแต่พรรคกล้าธรรม ทำหน้าที่รัฐบาลมานานเกินไป จึงไม่ชินกับฝ่ายค้าน แต่พรรคกล้าธรรม มีหลักการในการทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ราชการ และจะนำเสนอคำแนะนำต่อรัฐบาล เช่น สถานการณ์เศรษฐกิจ-ความเดือดร้อนประชาชน และหากรัฐบาลไม่ดำเนินการ ก็จะต้องนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ พร้อมยืนยันว่าจะไม่นำเรื่องส่วนตัว หรือความแค้นส่วนตัวที่ใครเคยรัก หรือไม่รัก หรือไม่มีการเรียกใช้บริการพรรคกล้าธรรม มาเป็นเงื่อนไขการทำหน้าที่ฝ่ายค้านเด็ดขาด เพราะพรรคกล้าธรรมจะทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ไม่ใช่ฝ่ายแค้น ขอให้สมาชิกพรรคฯ สามัคคี และเดินไปด้วยกัน และตนจะไม่ทำให้สมาชิกพรรคฯ ผิดหวัง
ส่วนที่มีนักวิชาการมองพรรคกล้าธรรมเป็นฝ่ายคอยนั้น ร.อ. ธรรมนัส ย้ำว่า พรรคกล้าธรรมมีศักดิ์ศรี และทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างดีที่สุด หากเป็นฝ่ายค้าน โดยไม่ได้มองปัญหาสังคม ไปให้ความสำคัญกับความแค้น เป็นสิ่งที่อันตรายที่สุด รวมถึงการบริหารประเทศที่ไปผิดทางในเรื่องสำคัญ
ทั้งนี้ ร.อ. ธรรมนัส ยังขอให้คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ทำหน้าที่ให้ดี สมกับที่ประชาชนได้เลือก มีเป้าหมายให้ได้ สส.เพิ่มขึ้น และยังกำชับผู้ช่วย และผู้เชี่ยวชาญ ให้รับฟังความทุกข์ร้อนของประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหาด้วย