เช้านี้ที่หมอชิต - สถานการณ์ทองคำยังร้อนแรง เริ่มต้นปี 2569 ผ่านมาเพียง 26 วัน ราคาทองคำปรับตัวขึ้นไปแล้วรวม 9,850 บาท โดยราคาทองคำเมื่อวาน แนวโน้มอยู่ในเทรนด์ขาขึ้น เปิดตลาดต้นสัปดาห์มาราคา ก็พุ่งติดจรวด เข้าใกล้คำว่าแตะ 80,000 บาท น่าจะอยู่อีกไม่ไกล
โดยราคาทองคำ เมื่อวาน (26 ม.ค.) ทุบสถิติสูงสุดใหม่ เป็นประวัติการณ์ ทองคำแท่ง ราคาสูงสุดถึงอยู่ที่บาทละ 74,950 บาท ใกล้แตะบาทละ 75,000 บาท ขณะที่ทองรูปพรรณ ทะลุบาทละ 75,000 บาทไปเรียบร้อย
ระหว่างวันราคาทองรูปพรรณ ผันผวนหนักเปลี่ยนแปลงขึ้นลงหลายครั้ง มีช่วงหนึ่งราคาดีดสูงถึงบาทละ 75,750 บาท ทำให้ภาพรวมตลอดทั้งวันราคาทองปรับขึ้นรวม 1,700 บาท
ปัจจัยหลัก ๆ ส่งผลให้ราคาทองคำปรับขึ้น เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะกรณีสหรัฐ กับ กรีนแลนด์ รวมทั้ง มีการคาดการณ์กันว่า เป็นการขึ้นดักหน้า เกร็งกำไร ก่อนที่ผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะประกาศความชัดเจนการลดดอกเบี้ยหรือไม่ ในวันที่ 27 มกราคม ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ ตรงกับคืนพรุ่งนี้ของเวลาไทย ส่งผลให้นักลงทุนทั่วโลกกังวล เทขายพันธบัตรรัฐบาล สหรัฐฯ และเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยแทน
ปฏิเสธไม่ได้ว่าราคาทองแพง ย่อมตกเป็นเป้าคนร้าย ก็ทำให้เจ้าของร้านทองต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ ทั้งที่ย่านสะพานควาย และตลาดห้วยขวาง ส่วนใหญ่บอกเป็นเสียงเดียวกัน ต้องเพิ่มระบบความปลอดภัย บางร้านใช้วิธีสังเกตพฤติกรรมลูกค้า ใครสวมหมวกกันน็อก หรือตั้งใจปิดบังใบหน้า พนักงานจะยังไม่กดปลดล็อกประตูให้
ส่วนบรรยากาศตามร้านทองที่อยู่ริมถนนพระราม 6 ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง พบมีประชาชนเดินเข้าออกร้านทองตลอดทั้งวัน
เจ้าของร้านทองแห่งหนึ่ง เผยว่าจากราคาทองคำแท่ง และรูปพรรณ พุ่งแรงอยู่ในกรอบ 75,000 บาท ก็ทำให้ลูกค้ามาซื้อทองลดน้อยลงมาตั้งแต่ช่วงปลายสัปดาห์ ที่ผ่านมา โดยลูกค้าส่วนใหญ่ที่เข้าออกร้านเยอะ ๆ ในช่วงนี้มักจะมาติดต่อจ่ายดอกเบี้ย ที่ขายฝากทองไว้ และบางคน ก็มาเพิ่มยอดขายฝากหลังจากราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น