วันนี้ (28 ม.ค 69) พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี รองประธานมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ตรวจเยี่ยมและรับฟังการดำเนินงานของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช เชียงของ พร้อมมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับโรงพยาบาล มอบถุงพระราชทานให้กับผู้ป่วย และให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงาน
โดยมี นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นพ.วรินทร์เทพ เชื้อสำราญ สาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุภาพที่ 1 นพ.เอกชัย คำลือ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย ทพ.ญ.กานต์สุดา อินทจักร์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจ.เชียงราย และส่วนราชการในพื้นที่ร่วมคณะ

นพ.วรินทร์เทพ กล่าวว่า โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของ เป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาดกลาง ให้บริการผู้ป่วยนอกเฉลี่ยมากกว่า 30,000 คนต่อปี ผู้ป่วยในมากกว่า 6,000 คนต่อปี มุ่งพัฒนาโรงพยาบาลสู่การเป็น “โรงพยาบาลต้นแบบแห่งความสุข” ควบคู่การเป็นโรงพยาบาลอัจฉริยะ (Smart Hospital) เพื่อ “คืนเวลาให้ประชาชน คืนความสุขให้บุคลากร”
โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเชื่อมโยงการดูแลผู้ป่วยแบบครบวงจร ตั้งแต่ก่อนป่วย ขณะป่วย และหลังกลับบ้าน ช่วยลดระยะห่างระหว่างคนกับการรักษา ลดรอ ลดซ้ำ และเพิ่มความปลอดภัย ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างต่อเนื่อง ลดอุปสรรคในการเดินทางและการรอคอย บุคลากรมีระบบช่วยงาน ลดงานเอกสารและงานซ้ำซ้อน สามารถทุ่มเทเวลาเพื่อดูแลผู้ป่วยได้เต็มที่
โดยก่อนมาถึงโรงพยาบาล สามารถนัดหมายล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” เมื่อมาถึงโรงพยาบาล ใช้บัตรประชาชนใบเดียว ยืนยันตัวตน เชื่อมประวัติการรักษาข้ามโรงพยาบาล ใช้ AI อ่านฟิล์ม X-ray และวิเคราะห์รอยโรค ช่วยเพิ่มความแม่นยำ และลดข้อผิดพลาดในการจ่ายยาด้วยล้อเข็นยาอัจฉริยะ เป็นต้น หลังกลับบ้าน ให้บริการผู้ป่วยโรคเรื้อรังและผู้สูงอายุ ผ่าน Telemedicine Telepharmacy ช่วยลดค่าใช้จ่ายการเดินทาง

นพ.วรินทร์เทพ กล่าวต่อว่า โรงพยาบาลยังได้ยกระดับเป็นโรงพยาบาลแม่ข่ายด้านศัลยกรรม ครอบคลุมพื้นที่ อ.เชียงของ เวียงแก่น ขุนตาล และ สปป.ลาว ให้บริการทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน บริการผ่าตัดใหญ่–เล็ก สูติกรรม และการส่องกล้องทางเดินอาหาร ครอบคลุมผู้ป่วยตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงผู้สูงอายุ 90 ปี
โดยในปี 2568 ให้บริการผ่าตัดทั่วไป 490 ราย ส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนต้น ลำไส้ใหญ่และไส้ตรง รวมกว่า 1,000 ราย และศัลยกรรมผู้ป่วยนอกแล้วกว่า 4,000 ราย อีกทั้ง ยังพัฒนาเป็นโรงพยาบาลแห่งความสุข ด้วยการยกระดับสู่ GREEN & CLEAN Hospital Challenge (ระดับท้าทาย) มุ่งเป็นโรงพยาบาลคาร์บอนต่ำ ตลอดจนยึดหลักคุณธรรม พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา กตัญญูู และอัตลักษณ์ “จิตอาสา สามัคคี มีความรับผิดชอบ”
จนได้รับรางวัลชนะเลิศองค์กรแห่งความสุขคู่คุณธรรม ปี 2568 ซึ่งจากการประเมินระดับความอยู่ดีมีสุขและความผูกพันของบุคลากร พบว่า บุคลากรมีความผูกพันในระดับสูงถึง ร้อยละ 80.50 มีความรู้สึกอยู่ดีมีสุขในการทำงานร่วมกับโรงพยาบาล ภาคภูมิใจในการเป็นบุคลากรของโรงพยาบาล และอยากทุ่มเทกายใจในการทำงานเพื่อโรงพยาบาล โดยบุคลากรมีการคงอยู่ในโรงพยาบาลถึง ร้อยละ 96.25