เงินสมทบ 875 บาทต่อเดือน ถูกนำไปจัดสรรอย่างเป็นระบบเพื่อดูแลผู้ประกันตน แบ่งเป็น 7 กรณีสำคัญ ดังนี้
1️. ดูแล 4 กรณีพื้นฐาน (262.50 บาท)
- กรณีเจ็บป่วย: รักษาฟรีไม่จำกัดวงเงิน
- กรณีคลอดบุตร: ค่าคลอดเหมาจ่าย 15,000 บาท/ไม่จำกัดจำนวนครั้ง, ค่าฝากครรภ์ 1,500 บาท และเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร (สำหรับผู้ประกันตนหญิง) สูงสุด 26,250 บาท
- กรณีทุพพลภาพ: รับเงินทดแทนตลอดชีวิต สูงสุด 8,750 บาท/เดือน
- กรณีเสียชีวิต: ค่าทำศพ 50,000 บาท และเงินสงเคราะห์กรณีตาย (หากจ่ายสมทบ 36 เดือนขึ้นไป)
2️. กรณีว่างงาน (87.50 บาท): รับเงินทดแทนกรณีว่างงานสูงสุดประมาณ 10,500 บาทต่อเดือน
3️. เงินออมชราภาพและสงเคราะห์บุตร (525 บาท): ถือเป็นส่วนที่ใหญ่ที่สุด
- สงเคราะห์บุตร: รับ 1,000 บาท/เดือนต่อคน (บุตรอายุไม่เกิน 6 ปี)
- ชราภาพ: เป็นเงินออมในรูปแบบบำเหน็จหรือบำนาญ ซึ่งนายจ้างจะสมทบเพิ่มให้อีกเท่าตัว รวมเป็นเงินสมทบสะสมถึง 1,050 บาทต่อเดือน
ในกรณีที่ผู้ประกันตนที่ไม่เคยใช้สิทธิใดๆ เลย ก็ขอให้อุ่นใจได้ว่ายังมี เงินออมกรณีชราภาพคอยดูแลในยามเกษียณ
นอกจากนี้ กรณีผู้ประกันตนเสียชีวิต ทายาทผู้มีสิทธิจะได้รับเงินค่าทำศพ เงินสงเคราะห์กรณีตาย และเงินบำเหน็จชราภาพของผู้ประกันตน เป็นหลักประกันว่า หากเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้นก็ยังมีสิทธิประโยชน์จากสำนักงานประกันสังคมให้การดูแลแก่ครอบครัวของผู้ประกันตนต่อไป ประกันสังคม คุ้มครองทุกวัย ใส่ใจทุกคน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.สายด่วน 1506
ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน - Social Security Office