สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดการประชุมวิชาการโครงการสร้างป่า สร้างรายได้ ตามพระราชดำริฯ ประจำปี 2569

View icon 116
วันที่ 30 ม.ค. 2569 | 20.01 น.
ข่าวในพระราชสำนัก
แชร์
เวลา 09.35 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2554 อำเภอเมืองฯ จังหวัดเชียงใหม่ ทรงเปิดการประชุมวิชาการโครงการสร้างป่า สร้างรายได้ ตามพระราชดำริฯ ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด "13 ปี พระเมตตา สร้างป่า สร้างรายได้ สร้างถิ่นไทยให้เข้มแข็ง" ซึ่ง โครงการส่วนพระองค์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30-31 มกราคม 2569

โอกาสนี้ พระราชทานเข็มเชิดชูเกียรติแก่บุคคลต้นแบบ, กลุ่มต้นแบบ, นวัตกรรมต้นแบบ และผู้ปฎิบัติงานต้นแบบ และมีพระราชดำรัสเปิดการประชุม เพื่อเป็นแนวทางพัฒนาการดำเนินโครงการฯ รวมทั้งเผยแพร่แนวทางการดำเนินงานตามพระราชดำริ และแนวปฏิบัติที่ดี รวมทั้งประสบการณ์การดำเนินงานของเกษตรกร และผู้ปฏิบัติงานต้นแบบฯ รวมถึงแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมในการสนับสนุนกิจกรรม และการนำเสนอผลงานต้นแบบ เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินงานในแต่ละพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จากนั้น ทอดพระเนตรการนำเสนอแนวปฏิบัติที่ดีสร้างป่า สร้างรายได้ ของบุคคลต้นแบบ อาทิ "ศาสตร์พระราชาในแปลงสร้างป่า สร้างรายได้" ของนายวิลาศ วิเวกวนารมณ์ บ้านกิ่วโป่ง อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ โดยปลูกไม้ป่าร่วมกับไม้เกษตรแบบ 4 ชั้นเรือนยอด เมื่อปี 2560 ระยะแรกกล้าไม้ตาย จึงน้อมนำศาสตร์พระราชามาปรับใช้ ทำให้การบริหารจัดการแปลงมีประสิทธิภาพ ต้นไม้เติบโตได้ดี มีร่มเงาให้พักพิง มีความชุ่มชื้นอุดมสมบูรณ์ มีผลผลิตทั้งไม้ป่า ไม้เกษตร ให้เก็บเกี่ยวผลผลิตได้

นายวันชาติ บุษกรบริสุทธิ์ บ้านมูเซอหลังเมือง อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เรียนรู้ ทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง จนประสบผลสำเร็จ มีความรู้ ทักษะในการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ จัดหาพันธุ์ไม้ ไม้เกษตรมาปลูกเพิ่มทดแทน สามารถลดรายจ่าย สร้างรายได้ให้ครอบครัวอย่างยั่งยืน

กลุ่มต้นแบบของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านในสอย อำเภอเมืองฯ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมบูรณาการการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ควบคู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนอย่างยั่งยืน สมาชิกร่วมวางแผน ดูแล และใช้ประโยชน์จากป่าไม้ สร้างทางเลือกในการประกอบอาชีพ

สมาชิกชาวไทยภูเขาเผ่าปกาเกอะญอ ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง บ้านห้วยทรายเหลือง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เดิมปลูกพืชเชิงเดี่ยว เมื่อเข้าโครงการฯ ได้เรียนรู้ความสำคัญกับการฟื้นฟูระบบนิเวศป่าไม้ ควบคู่การยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน ทำให้สมาชิกพึ่งพาตนเองได้ โดยปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง และสร้างรายได้เสริมจากพืชที่ร่วมปลูกในป่า

ส่วนนายสมศักดิ์ โพธินา ครูจากศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง บ้านกิ่วสะแวกใหม่ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ น้อมนำแนวพระราชดำริมาประยุกต์ใช้ ตั้งแต่ปี 2559 มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ พัฒนาทักษะ การดูแลรักษา และแปรรูปผลผลิต สะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนาที่ตั้งบนฐานการเรียนรู้ และความเข้าใจ สามารถสร้างผลลัพธ์ที่สมดุล และมีศักยภาพขยายผลสู่พื้นที่อื่นได้

นอกจากนี้ มีนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งมีพระราชดำริให้จัดตั้งโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนระหว่างคนกับป่าในพื้นที่ภาคเหนือ มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎร ควบคู่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน ส่งผลให้ราษฎรสามารถดำรงชีวิต มีรายได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

โดย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำริให้ดำเนินโครงการ สร้างป่า สร้างรายได้ ในปี 2556 เป็นการอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ส่วนที่เสื่อมโทรมให้กลับสมบูรณ์ โดยเฉพาะพื้นที่ป่าต้นน้ำ ด้วยการปลูกไม้ป่าพื้นถิ่นเป็นไม้ประธาน ผสมผสานกับการปลูกพืชเกษตร หรือไม้เศรษฐกิจ ในลักษณะใกล้เคียงกับป่าธรรมชาติ แบบชั้นเรือนยอด 4 ระดับ ทำให้เกิดความหลากหลายของขนาด และพันธุกรรมพืช เกิดความอุดมสมบูรณ์เลียนแบบธรรมชาติ โดยเป็นโครงการนำร่องที่จังหวัดน่าน และเลย ก่อนขยายไปยังจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และตาก ใช้กระบวนการเรียนรู้ร่วมกับการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานภาคีเครือข่าย เช่น กรมส่งเสริมการเรียนรู้ สนับสนุนกระบวนการเรียนรู้เชิงอาชีพอย่างครบวงจร นำระบบ Credit Bank หรือ ธนาคารหน่วยกิต ให้สมาชิกเกษตรกรในโครงการฯ สะสมหน่วยกิตจากหลักสูตรการเรียน การอบรม และประสบการณ์จากแหล่งเรียนรู้และแหล่งอาชีพด้านการปลูกพืชเศรษฐกิจ เพื่อนำไปเทียบโอนใช้ในการศึกษาต่อ หรือพัฒนาทักษะอาชีพ ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา สนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต, กรมป่าไม้ เน้นฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ควบคู่การสร้างรายได้ ผ่านการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่เป้าหมาย ให้เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์จากพืชในป่าอย่างรู้คุณค่า โดยไม่ทำลายป่าไม้ สร้างสมดุลย์ให้ระบบนิเวศ ทั้งการบริโภค การพัฒนาอาชีพเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม การจัดหาช่องทางการตลาด โดยใช้ "ป่า" ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน สะท้อนให้เห็นว่าการฟื้นฟูป่าไม้ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน ด้วยการส่งเสริมให้คนและป่าอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล เป็นกระบวนการและแนวทางสร้างความมั่นคงทางอาหาร และเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ให้สมบูรณ์อย่างเหมาะสม ปัจจุบัน มีพื้นที่ดำเนินงานในจังหวัดน่าน เชียงใหม่ ตาก แม่ฮ่องสอน และเลย มีสมาชิกกว่า 62,000 ครัวเรือน

ข่าวอื่นในหมวด