องค์การอนามัยโลก (WHO) เผย ความเสี่ยงที่ “ไวรัสนิปาห์” จะแพร่ระบาดออกนอกอินเดีย อยู่ในระดับ “ต่ำ” และขณะนี้ทางองค์การอนามัยโลกได้ประสานไปยังหน่วยงานสาธารณสุขของอินเดียแล้ว
วันนี้ (30 ม.ค. 69) สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า จากกรณีที่ ทางการอินเดียยืนยันว่า การพบผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah) จำนวน 2 คน ที่เมืองโกลกาตา รัฐเบงกอลตะวันตก ทางตะวันออกของอินเดีย โดยพบเมื่อปลายเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ซึ่งทั้งคู่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ และกำลังอยู่ระหว่างการรักษาตัว ขณะเดียวกันก็มีการกักตัวผู้สัมผัสใกล้ชิดแล้ว 196 คน ที่เชื่อมโยงกับผู้ป่วยทั้ง 2 คน แต่เบื้องต้นยังไม่มีรายใดแสดงอาการบ่งชี้ และผลตรวจหาเชื้อไวรัสเป็นลบทั้งหมด
หลังจากนั้นทาง ฮ่องกง มาเลเซีย สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม เป็นประเทศในเอเชียที่ได้เพิ่มมาตรการตรวจสอบคัดกรองที่สนามบินอย่างเข้มงวดในสัปดาห์นี้ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสนิปาห์
ล่าสุด ทางเจ้าหน้าที่องค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่า ความเสี่ยงของการแพร่กระจายของไวรัส “นิปาห์” ในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับโลกถือว่า “ต่ำ” โดยระบุว่าผู้ติดเชื้อ 2 คน ไม่ได้เดินทางขณะมีอาการป่วย และได้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและขณะนี้ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่ง 1 ในผู้ติดเชื้อมีอาการดีขึ้นแล้ว ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานการแพร่เชื้อจากคนสู่คนเพิ่มขึ้น และองค์การอนามัยโลกได้ประสานงานกับหน่วยงานสาธารณสุขของอินเดียแล้ว ที่จะเปิดเผยลำดับพันธุกรรมของไวรัส เพื่อประเมินการกลายพันธุ์ที่อาจเกิดขึ้น แต่ในขณะนี้ยังไม่มีอะไรที่ทำให้ต้องกังวล
ทั้งนี้ สำหรับไวรัสนิปาห์ ซึ่งแพร่กระจายโดยค้างคาวผลไม้ และสัตว์ต่าง ๆ เช่น หมู ทำให้เกิดอาการไข้และสมองอักเสบ มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 40-75% อย่างไรก็ตาม แม้ว่าโรคนี้สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้ แต่การแพร่เชื้อไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งโดยทั่วไปต้องมีการสัมผัสกับผู้ติดเชื้อเป็นเวลานาน และยังไม่มีวิธีรักษา ซึ่งวัคซีนที่กำลังพัฒนายังอยู่ในระหว่างการทดสอบ อัตราการเสียชีวิตสูง และมีความกังวลว่าเชื้ออาจกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ที่แพร่เชื้อได้ง่ายขึ้น