กรมการแพทย์ชวนรู้จัก “อีโบลา” ย้ำยังไม่พบระบาดในไทย ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก

กรมการแพทย์ชวนรู้จัก “อีโบลา” ย้ำยังไม่พบระบาดในไทย ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก

View icon 20
วันที่ 18 พ.ค. 2569 | 09.24 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (18 พ.ค. 69) กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เผยสถานการณ์โรคอีโบลาในต่างประเทศยังคงอยู่ภายใต้การติดตามขององค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งได้ประกาศให้การระบาดในบางพื้นที่เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ เพิ่มการเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่พบการระบาดในประเทศไทย

นายแพทย์ณัฐพงศ์  วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์  กล่าวว่า  ตามที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้การระบาดของโรค “อีโบลา” (Ebola) ในจังหวัดอิตูริ ทางตะวันออกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับนานาชาติ กระทรวงสาธารณสุขได้มีการติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังตามประกาศดังกล่าว

โดยโรคอีโบลาเป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่มีความรุนแรงสูง ติดต่อผ่านเลือดและสารคัดหลั่งของผู้ป่วย เช่น เลือด น้ำลาย อาเจียน อุจจาระ หรือสารคัดหลั่งอื่น ๆ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง การแพร่เชื้อส่วนใหญ่มักเกิดในครอบครัว บุคลากรทางการแพทย์ หรือผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยและศพผู้เสียชีวิต และไม่ได้แพร่กระจายง่ายทางอากาศแบบโรคหัดหรือโควิด 19 ปัจจุบันยังไม่มีรายงานการระบาดของโรคนี้ในประเทศไทย

อาการเริ่มต้นของโรคอาจคล้ายไข้ทั่วไป เช่น ไข้สูง อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย คลื่นไส้ อาเจียน และในบางรายอาจมีเลือดออกผิดปกติ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม โรคอาจมีอาการรุนแรงและมีอัตราการเสียชีวิตสูง แต่ด้วยลักษณะของโรคที่ผู้ติดเชื้อมักมีอาการชัดเจน ทำให้สามารถติดตามผู้สัมผัส แยกกัก และควบคุมโรคได้ง่ายกว่าโรคติดเชื้อทางอากาศบางชนิด

สำหรับการรักษาในปัจจุบันยังคงเน้นการดูแลตามอาการ เช่น การให้สารน้ำ ดูแลระบบไหลเวียนโลหิต การรักษาภาวะช็อก และการป้องกันการติดเชื้ออย่างเข้มงวด อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมียารักษาจำเพาะบางชนิดที่ช่วยลดความรุนแรงของโรคได้ โดยเฉพาะในอีโบลาบางสายพันธุ์ รวมถึงมีวัคซีนที่ถูกนำมาใช้ควบคุมการระบาดในต่างประเทศบางพื้นที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม กรมการแพทย์ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเตรียมความพร้อมด้านการดูแลรักษา ระบบห้องแยกโรค อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล และความพร้อมด้านห้องปฏิบัติการ เพื่อรองรับหากพบผู้ป่วยสงสัยในอนาคต

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่สร้างความตื่นตระหนก และปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยพื้นฐานอย่างสม่ำเสมอ