AT-6 ตก จ.เชียงใหม่ ตรวจพบกล่องดำความสมบูรณ์ 90%

AT-6 ตก จ.เชียงใหม่ ตรวจพบกล่องดำความสมบูรณ์ 90%

View icon 35
วันที่ 2 ก.พ. 2569 | 11.47 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
โฆษก ทอ. เผยเร่งสอบสาเหตุ AT-6 ตก จ.เชียงใหม่ เบื้องต้นตรวจพบกล่องดำแล้วความสมบูรณ์ 90% นำส่งบริษัทผู้ผลิตตรวจสอบ ระหว่างนี้พักการบินเครื่องบิน AT-6 ทั้ง 7 ลำ เป็นการชั่วคราว เพื่อให้มั่นใจจะไม่เกิดเหตุซ้ำ

วันนี้ (2 ก.พ.69) พลอากาศโท จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการหาสาเหตุเครื่องบิน AT-6 ตกที่ จ.เชียงใหม่ ว่า ทางกองทัพอากาศได้ส่งคณะกรรมการสอบสวนอากาศยานอุบัติเหตุด้านนิรภัยการบินลงพื้นที่ตั้งแต่วันแรก ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งการสัมภาษณ์นักเรียนการบินที่ร่วมทำการบิน และเจ้าหน้าที่หอบังคับการบิน รวมถึงตรวจพบกล่องดำของอากาศยานแล้ว

เบื้องต้นกล่องดำจะถูกส่งไปยังบริษัทผู้ผลิตในสหรัฐอเมริกา เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลการบินในขณะเกิดเหตุ ตามมาตรฐานการบินสากล โดยระยะเวลาในการตรวจสอบขึ้นอยู่กับสภาพความสมบูรณ์ของข้อมูล เบื้องต้นพบว่า กล่องดำมีความสมบูรณ์ประมาณ 80–90% แม้จะได้รับผลกระทบจากแรง G แต่ถูกออกแบบมาให้ทนทาน และสามารถดึงข้อมูลกลับมาได้ ทั้งนี้กองทัพอากาศยังไม่สามารถระบุสาเหตุการตกได้ในขณะนี้ ต้องรอผลการวิเคราะห์อย่างเป็นทางการก่อน เพื่อนำข้อเท็จจริงไปใช้เป็นบทเรียน และกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

พลอากาศโท จักรกฤษณ์ ย้ำว่า เครื่องบินทุกลำมีความเสี่ยงไม่ว่า จะเป็นเครื่องใหม่หรือเก่า แต่กองทัพอากาศดูแลอากาศยานทุกลำอย่างดีที่สุด เปรียบเสมือนคนในครอบครัว มีการบำรุงรักษา เปลี่ยนอะไหล่ และปรับปรุงตามมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่างเครื่องบิน F-16 ที่ประจำการมานานเกือบ 40 ปี หรือกริพเพนที่มีอายุราว 15 ปี หากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ก็ได้ไปปฏิบัติภารกิจในการปกป้องอธิปไตย และผลประโยชน์ของชาติ ในสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาที่ผ่านมา

สำหรับอากาศยานที่ประสบเหตุ เป็นเครื่องบินใหม่ อายุไม่ถึงหนึ่งปี ซื้อจากบริษัทสหรัฐอเมริกาและนำมาประกอบในประเทศไทย เพิ่งบรรจุประจำการเมื่อกลางปีที่ผ่านมา พร้อมได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์เพิ่มเติมบางส่วนจากรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อเพิ่มความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจ ยืนยันว่าไม่ใช่เครื่องบินเก่า

ปัจจุบันกองทัพอากาศมีเครื่องบิน AT-6 ทั้งหมด 8 ลำ ประสบอุบัติเหตุไป 1 ลำ เหลือ 7 ลำ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาความเพียงพอในการปฏิบัติภารกิจ โดยจะพักการบินเครื่องบิน AT-6 ทั้ง 7 ลำ เป็นการชั่วคราว เพื่อให้มั่นใจว่า จะไม่เกิดเหตุซ้ำ ขณะที่ฝูงบิน และหมู่บินอื่นยังคงปฏิบัติภารกิจตามปกติ และคาดว่า จะสามารถกลับมาบินได้ในเวลาไม่นานหลังทราบผลสอบสวน

ในด้านขวัญกำลังใจของกำลังพล ยอมรับว่า การสูญเสียเป็นสิ่งที่ไม่มีใครยอมรับได้ แต่ภารกิจในการพิทักษ์น่านฟ้าไทยไม่อาจหยุดยั้งได้ กองทัพอากาศยังคงเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ที่ยังมีความไม่แน่นอน เพื่อรักษาเอกราชอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ

ส่วนข้อสงสัยเกี่ยวกับการดีดตัวของเก้าอี้นักบิน พลอากาศโท จักรกฤษณ์ ระบุว่า การหลีกเลี่ยงพื้นที่ชุมชนเป็นแนวคิดหลักในการฝึก และการปฏิบัติภารกิจมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเชิงลึกของเหตุการณ์ต้องรอผลการวิเคราะห์จากกล่องดำก่อน เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันที่ชัดเจน

ทั้งนี้กองทัพอากาศยืนยันว่า เครื่องบินทุกลำมีความสมควรเดินอากาศตามมาตรฐาน มีการตรวจสอบก่อนขึ้นบินทุกเที่ยว โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการซ่อมอากาศยานของกองทัพอากาศ ซึ่งผ่านการฝึกในมาตรฐานเดียวกัน พร้อมย้ำว่าความปลอดภัยและมาตรฐานการบินเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดถือมาโดยตลอด ภายใต้แนวคิด “ฝึกเหมือนรบจริง และรบจริงเหมือนฝึก”

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า เครื่องบินรบทุกประเภทจะไม่มีประกันกับบริษัทผู้ผลิต ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ โดยการตรวจรับเครื่องบินนั้น ก็จะมีการตรวจสอบอย่างละเอียดตามมาตรฐาน แต่ถึงแม้จะไม่มีประกัน แต่มีสัญญาการซื้อขายระหว่างกัน ซึ่งมีรายละเอียดในเงื่อนไข

ข่าวที่เกี่ยวข้อง