กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) จับกุมผู้ต้องหา จำนวนทั้งสิ้น 5 ราย ได้แก่
1 น.ส.ปาริฉัตรฯ อายุ 18 ปี ที่ ต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ค้ามนุษย์โดยเป็นธุระจัดหา พามาจาก หรือส่งไปยังที่ใด หรือรับไว้ซึ่งเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี ด้วยการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี,เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใดเพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณีแม้บุคคลนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตามและไม่ว่าการกระทำต่างๆ อันประกอบความผิดนั้นจะได้กระทำภายใน หรือนอกราชอาณาจักรซึ่งเป็นการกระทำแก่บุคคลอายุไม่เกินสิบห้าปี, ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด และกระทำการอันมีลักษณะลามกอนาจารไม่ว่าจะเป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทนหรือเพื่อการใด, เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชายหรือหญิงแม้ว่าบุคคลนั้นจะยินยอมก็ตามซึ่งเป็นการกระทำแก่บุคคลอายุไม่เกินสิบห้าปี, กระทำการด้วยประการใดๆโดยการช่วยเหลือ ให้ความสะดวก หรือคุ้มครองการค้าประเวณีของผู้อื่น รับประโยชน์ไม่ว่ารูปแบบใดจากการค้าประเวณีของผู้อื่น หรือจากผู้ซึ่งค้าประเวณี หรือจัดให้มีการค้าประเวณีระหว่างผู้ซึ่งค้าประเวณีกับผู้ใช้บริการ, ปราศจากเหตุอันสมควร พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ไปเสียจาก บิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อหากำไร หรือเพื่อการอนาจาร”
ผู้ต้องหาที่ 2 น.ส.เจนจิราฯ อายุ 29 ปี
ผู้ต้องหาที่ 3 นายฐนัสพงษ์ฯ อายุ 45 ปี
ผู้ต้องหาที่ 4 นายดิเรกฯ อายุ 57 ปี
ผู้ต้องหาที่ 5 นายชาญชัยฯ อายุ 50 ปี
ผู้ต้องหาที่ 2-5 ต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามี
ของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม พาเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม และโดยปราศจากเหตุอันสมควร พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล ไปเพื่อ
การอนาจาร”
สืบเนื่องจากมูลนิธิปวีณาได้นำแม่ของเด็กหญิงวัย 14 ปี เข้าร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปคม. ว่าตนเองเดินทางไปทำงานต่างประเทศ โดยให้ลูกสาวอาศัยอยู่กับยายที่บ้านพักในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ต่อมาบุตรสาวได้หายออกจากบ้านไป จึงเดินทางกลับประเทศไทย ได้ทำการติดตาม
หาจนพบตัว พยายามสอบถามบุตรสาวจนทราบว่าถูก น.ส.ปาริฉัตรฯ ล่อลวงให้ขายบริการทางเพศ โดยจะเป็นผู้จัดหาบุคคลมาซื้อบริการทางเพศ ซึ่ง น.ส.ปาริฉัตรฯ จะหักเงินค่าตัวในการขายบริการทางเพศส่วนหนึ่ง เป็นค่าติดต่อหาลูกค้ามาซื้อบริการทางเพศ ด.ญ.เอฯ (ผู้เสียหาย) โดยจะได้ค่าตัวจากการขายบริการทางเพศครั้งละ 1,000 - 1,500 บาท
ต่อมา น.ส.ปาริฉัตรฯ ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนและรับทราบข้อเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปคม. ได้ทำการสืบสวนขยายผลผู้ซื้อบริการทางเพศเด็ก จนสามารถออกหมายจับและจับกุมตัวผู้ซื้อบริการทางเพศผู้เสียหายได้รวม 4 ราย