ข่าวเย็นประเด็นร้อน - ตำรวจยังคงเร่งรวบรวมหลักฐาน เพื่อมัดตัว 2 ผู้ต้องหาชาวรัสเซียที่ร่วมกันฆ่าหั่นศพเพื่อนร่วมชาติ ปมเหตุมาจากเรื่องพูดจากดูถูก หลังทั้งคู่ให้การภาคเสธ ยืนยันไม่ได้ฆ่า หลักฐานที่ได้มาเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น โดยหนึ่งในหลักฐานสำคัญคือภาพนี้
เป็นภาพกล้องวงจรปิด ขณะที่ชายชาวรัสเซียทั้ง 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน ออกจากหมู่บ้านที่เกิดเหตุในซอยพัฒนาการ 4 หมู่ 10 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ถ้าสังเกตให้ดีจะพบเห็นความผิดปกติที่ทั้งสองขี่รถจักรยานยนต์ออกไปนั้น เบาะที่นั่งเปิดอ้า ค้างเอาไว้ น่าสงสัยว่าน่าจะนำชิ้นส่วนที่หั่นชำแหละศพของนายมิคาอิล อายุ 30 ปี สัญชาติรัสเซีย แล้วนำไปฝังอำพราง 6 จุด ห่างจากบ้านหลังนี้ไปประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งเป็นป่าหญ้า
ส่วนสาเหตุที่ตำรวจต้องพยายามค้นหาหลักฐานต่าง ๆ เกิดขึ้นหลังจากจับกุมตัวทั้ง 2 คน คือ นายยารอสลาฟ อายุ 35 ปี และ นายดมีทรี อายุ 38 ปี ที่ห้องพักในโรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านสุขุมวิท กรุงเทพฯ แต่เมื่อสอบปากคำทั้งคู่กลับให้การภาคเสธ คือรับว่ารู้จักกันผู้ตาย แต่ยืนยันไม่ได้ก่อเหตุฆ่าหั่นศพ จึงเป็นที่มาที่ทำให้ตำรวจต้องหาหลักฐานมามัดตัวเอาผิด
นอกจากกล้องวงจรปิด วันนี้ตำรวจยังนำรถจักรยานยนต์ที่เห็นในคลิปภาพ แต่เป็นคันที่ 2 ไปให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ตรวจหาคราบเลือดของมิคาอิล ผู้เสียชีวิต ตามที่ตำรวจสันนิษฐานว่าถูกฆ่าแล้วยัดใส่ถุงดำ ยัดใต้เบาะนั่ง นำไปทิ้ง ซึ่งก็เป็นไปตามที่สันนิษฐาน พบรอยคราบเลือดอยู่ในช่องเก็บสัมภาระใต้เบาะรถจักรยานยนต์
อีกส่วนไปเก็บหลักฐานที่บ้านเกิดเหตุที่เชื่อว่าใช้ชำแหละหั่นร่างผู้เสียชีวิต เพื่อหาหลักฐานสำคัญ คืออุปกรณ์ที่ใช้ในการชำแหละ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นของมีคม ใช้เฉือนเนื้อและตัดกระดูก รวมทั้งรอยนิ้วมือแฝง เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการมัดตัวชาวรัสเซียทั้ง 2 คน
จุดสำคัญคือเจ้าหน้าที่ประสานรถดูดสิ่งปฏิกูลเข้าไปดูบ่อเกรอะ แล้วนำไปปล่อยทิ้งพื้นที่ว่าง เพื่อตรวจหาชิ้นเนื้อบางส่วนที่อาจจะตกลงไปในบ่อเกรอะ ระหว่างหั่นชิ้นส่วน ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบชิ้นเนื้อแต่อย่างใด
ส่วนเรื่องการตรวจคราบเลือดในบ้านที่เกิดเหตุ พบคราบเลือดบางส่วนในบ้าน ตอนนี้ส่งไปตรวจดีเอ็นเอ เพื่อยืนยันอัตลักษณ์บุคคลว่าเป็นของผู้เสียชีวิตหรือไม่
ล่าสุด พลตำรวจโท ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมด้วยตำรวจที่เกี่ยวข้องกับคดี แถลงความคืบหน้าว่าจากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 คนไม่ให้ความร่วมมือกับตำรวจ และไม่ยอมให้การใด ๆ แต่ยืนยันว่าตำรวจมีหลักฐานชัดเจน โดยผลการตรวจสอบบ้านเกิดเหตุ พบคราบเลือดมนุษย์จำนวนมากในห้องน้ำ อ่างล้างมือ เครื่องซักผ้า รวมถึงอุปกรณ์ทำความสะอาด เมื่อตรวจด้วยสารพิเศษ พบร่องรอยการพยายามล้างทำลายหลักฐาน และยังตรวจพบคราบเลือดมนุษย์ใต้เบาะรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการลำเลียงชิ้นส่วนศพ
หลักฐานสำคัญอีกชิ้นคือผู้ต้องหายังใช้แอปพลิเคชัน Telegram ติดต่อไปยังครอบครัวผู้เสียชีวิต เรียกค่าไถ่เป็นเงิน 120,000 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมส่งภาพใบขับขี่ และภาพผู้เสียชีวิตในสภาพหมดสติเพื่อข่มขู่ ส่วนสาเหตุมาจากหักหลังกันในเรื่องธุรกิจ แต่ไม่ใช่ธุรกิจผิดกฎหมาย รวมทั้งมีการพูดจาดูถูกกัน
เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหากับทั้ง 2 คน คือ ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, ร่วมกันซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตาย และร่วมกันเรียกค่าไถ่โดยหน่วงเหนี่ยวกักขัง และกระทำทารุณโหดร้ายจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย