ห้องข่าวภาคเที่ยง - มีที่ไหนลงทุนหลักพัน ได้ผลตอบแทนหลักล้าน และแอบอ้างโครงการหลวงฯ พูดไปก็แทบไม่ใครเชื่อ แต่ก็มีผู้เสียหายในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตกเป็นเหยื่อจริง ๆ
เป็นภาพขณะตำรวจกองปราบ สนธิกำลังเข้าจับกุม 11 ผู้ต้องหา รวมทั้งสิ้น 6 ข้อหา พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินต่าง ๆ ทั้งรถยนต์, โฉนดที่ดิน และสร้อยคอทองคำ จำนวน 206 รายการ มูลค่ากว่า 250 ล้านบาท
คดีนี้เกิดขึ้นปลายปี 2568 มีกลุ่มผู้เสียหายหลายรายในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมตัวเข้าแจ้งความกับตำรวจกองปราบปราม ว่า ถูกชักชวนให้ร่วมลงทุนโครงการ "เงินบุญ" ภายใต้โครงการ "1,000 บาทแลก 1,000,000 บาท" โดยแอบอ้างโครงการหลวงฯ และโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ แต่สุดท้ายไม่ได้รับผลตอบแทน
จากการสืบสวนทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหาใช้การพูดคุยผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ในกลุ่มชื่อว่า "ลงทุนเงินบุญ" และอีกหลายกลุ่มเปิดควบคู่กัน เพื่อชักจูง กดดัน และเร่งเร้าสมาชิกให้ร่วมลงทุน โดยสร้างเรื่องแอบอ้างโครงการสำคัญ ๆ ของภาครัฐ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าการลงทุนเป็นโครงการที่ถูกต้อง
แต่เมื่อถึงกำหนดจ่ายผลตอบแทน กลับอ้างเหตุขัดข้องและเปิด "โปรโมชั่นใหม่" หลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง และกำหนดเงื่อนไขให้สมาชิกต้องส่งเงินเพื่อรักษาสถานะบัญชี
จากการสอบปากคำหนึ่งในผู้ต้องหา ให้การว่า ได้เข้าร่วมโครงการ "เงินบุญ" ตั้งแต่ปี 2551 ต่อมาเมื่อทราบว่าโครงการไม่สามารถดำเนินการได้จริง จึงได้อาศัยวิชาความรู้เทคนิคจากการเข้าฟังสัมมนามาเริ่มใช้หลอกลวงผู้เสียหาย ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหาต่างก็เคยเข้าร่วมในกระบวนการนี้ ต่างก็เคยเป็นแม่ข่ายกันมาก่อน ก่อนที่จะรู้จักและมารวมตัวกันเป็นขบวนการหลอกลวง กลุ่มเป้าหมายจะมุ่งเน้นไปที่ผู้สูงอายุ
นอกจากนี้ยังพบว่ามีอีก 4 ขบวนการที่มีลักษณะการหลอกลวงในแบบเดียวกัน ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล