วันนี้ (21 มิ.ย. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหา นายอัครเดช อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 1609/2568 ลง 4 ธ.ค.2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้เลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดอาญาอื่นใด”
โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ ถ.สุวินทวงศ์ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องจากเมื่อประมาณปี 67 ขณะผู้เสียหายกำลังใช้แอปพลิเคชัน TikTok ได้พบกับคนร้ายทักมาพูดคุยตีสนิท จากนั้นชักชวนไปพูดคุยต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ต่อมาคนร้ายออกอุบายชักชวนให้ผู้เสียหายลงทุนขายสินค้าต่างประเทศอ้างให้ผลตอบแทนสูง ผู้เสียหายเกิดความสนใจ
จากนั้นคนร้ายส่งลิงก์ให้ผู้เสียหายทำการลงทะเบียนโดยบอกว่าเป็นเว็บไซต์สำหรับการลงทุน แต่ความเป็นจริงแล้วเป็นเว็บไซต์ปลอมที่คนร้ายสร้างขึ้นมา ไม่ใช่เว็บไซต์สำหรับลงทุนแต่อย่างใด ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปลงทุนตามคำกล่าวอ้างของคนร้าย
ท้ายที่สุดไม่สามารถถอนเงินออกจากระบบได้ จึงเชื่อว่าถูกหลอกลวง มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 800,000 บาท จึงไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด ท้องที่ที่เกิดเหตุ เพื่อดำเนินคดีกับคนร้ายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด นำไปสู่การสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จำนวน 7 คน
ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจ กก.3 บก.ปอศ. ได้ติดตามผู้ต้องหาตามหมายจับ จนสามารถทำการกับกุมหนึ่งในขบวนการของเครือข่ายสแกมเมอร์นี้ได้
จากการตรวจสอบจากเว็บไซต์รับแจ้งความออนไลน์ พบว่าผู้ต้องหามีประวัติการแจ้งในระบบ TPO จำนวน 22 คดี และตรวจสอบพบหมายจับในระบบ รวม 3 หมายจับ จากนั้น นำตัวผู้ต้องหาส่ง พนักงานสอบสวน สน.ปากเกร็ด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
จากคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การว่าเมื่อปลายปี 2568 ผู้ต้องหาได้หางานทำผ่านช่องทางออนไลน์ พบประกาศรับสมัครงานออนไลน์ รายได้สูง ไม่จำกัดวุฒิ และไม่ต้องมีประสบการณ์ จึงเกิดความสนใจทักไปสอบถาม
โดยปลายทางแจ้งว่าต้องเดินทางไปที่ จ.สระแก้ว โดยอ้างว่าเป็นการอบรมงาน หรือดำเนินเอกสารสมัครงาน เมื่อเดินทางไปถึงกลับถูกพาข้ามแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้านผ่านช่องทางธรรมชาติ บังคับให้เปิดบัญชีธนาคาร และทำการสแกนหน้า ได้รับค่าจ้างเพียง 15,000 บาท