ผบ.ตร.ฮ่องกง บินตรงเข้าพบ ผบ.ตร.ไทย ขอบคุณความร่วมมือจับโจรข้ามชาติ–ฆาตกรหลบหนี
วันนี้ (4 ก.พ. 69) เมื่อเวลา 14.30 น. ที่ผ่านมา นายโจว หยัดหมิง ผู้บัญชาการตำรวจฮ่องกง ได้เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) โดยมี พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ร่วมต้อนรับ และ พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบช.ช่วยราชการ สตม. และ พล.ต.ต.คธาธร คำเที่ยง ผบก.ตม.2 เป็นผู้แทน สตม. เพื่อแสดงความขอบคุณอย่างเป็นทางการต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติไทย และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จากความร่วมมืออันแน่นแฟ้นในการจับกุมอาชญากรข้ามชาติรายสำคัญหลายคดี ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพของการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
โอกาสนี้ ผบ.ตร.ฮ่องกง ได้กล่าวขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติไทย ที่ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการจับกุมคนร้ายชาวจีนก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านแบรนด์เนมหรูในเขตปกครองพิเศษฮ่องกง เมื่อกลางปี พ.ศ. 2568 ซึ่งหลบหนีเข้าประเทศไทย และถูกสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 (บก.ตม.2) สกัดจับได้อย่างรวดเร็ว ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ก่อนผลักดันส่งตัวกลับไปดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมของฮ่องกง
นอกจากนี้ ผบ.ตร.ฮ่องกง ยังกล่าวชื่นชมและขอบคุณเป็นพิเศษ ต่อกรณีล่าสุดที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติไทยสามารถจับกุมผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม ซึ่งหลบหนีมาใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยเป็นระยะเวลานานได้สำเร็จ โดยถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของความร่วมมือด้านการข่าว การสืบสวน และการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศที่มีประสิทธิภาพสูง
ในโอกาสเดียวกันนี้ ผบ.ตร.ฮ่องกง ได้มอบหนังสือแสดงความขอบคุณอย่างเป็นทางการ พร้อมเหรียญที่ระลึก ให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไทยจำนวน 28 นาย เพื่อเป็นเกียรติและขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการสกัดกั้นอาชญากรรมข้ามชาติและปกป้องความมั่นคงของประเทศ
ด้าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวยืนยันว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ยึดมั่นในหลักการ “ไม่ยอมให้ประเทศไทยเป็นแหล่งพักพิงหรือเส้นทางหลบหนีของอาชญากรข้ามชาติ” และพร้อมทำงานร่วมกับหน่วยงานตำรวจนานาชาติอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยของประชาชน และความเชื่อมั่นของประชาคมโลก
การเข้าพบในครั้งนี้ นับเป็นสัญลักษณ์ที่ชัดเจนของ ความเชื่อมั่นจากนานาชาติที่มีต่อศักยภาพของตำรวจไทย โดยเฉพาะสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งทำหน้าที่เป็น “ปราการด่านแรก” ของประเทศ ด้วยบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ เทคโนโลยีการคัดกรองที่ทันสมัย และจิตวิญญาณของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ที่พร้อมปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องประเทศไทยอย่างไม่ย่อท้อ
ขณะที่ พล.ต.ต.เชิงรณ กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าวลุล่วงได้จากนโยบายของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม.ที่สั่งการให้คุมเข้มสกัดคนร้ายต่างชาติที่มีการประสานงานอย่างเป็นระบบ ซึ่งนอกจาก การสกัดคนร้ายจากฮ่องกงแล้ว ยังมีการสกัดคนร้ายต่างชาติและส่งกลับหลายราย โดยเฉพาะการประสานงานกับตำรวจจีน ทั้งนี้ ตม.สนามบินไทย มีการสกัดกั้นคนต่างชาติกลุ่มเสี่ยงในปี 2568 มีตัวเลขการผลักดันกลับถึง 25,337 ราย ซึ่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไทย ยังคงยืนหยัดเคียงข้างเครือข่ายตำรวจนานาชาติ เพื่อร่วมกันรักษาความสงบสุขของสังคมโลก และตอกย้ำจุดยืนว่า ประเทศไทยจะไม่เป็นที่หลบซ่อนของอาชญากรข้ามชาติอย่างเด็ดขาด