บทเรียน "สีดอหูพับ" ล้ม แก้ปัญหาปลายเหตุ ?

View icon 9
วันที่ 5 ก.พ. 2569 | 07.22 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - ต้องยอมรับว่าการสูญเสีย "สีดอหูพับ" ช้างป่าวัยรุ่น สร้างความสะเทือนใจ และจุดกระแสความไม่พอใจในกลุ่มคนรักช้าง ออกมารวมพลังถึงขั้นล่ารายชื่อทวงความเป็นธรรมให้ "สีดอหูพับ" ต้องสังเวยชีวิตจากไป เพราะมือคนหรือไม่ พร้อมตั้งคำถามถึงรัฐ และกรมอุทยานฯ มาตรการเคลื่อนย้ายสัตว์ป่าออกจากพื้นที่ความขัดแย้ง ระหว่างคน กับช้าง เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ หรือไม่

เป็นภาพจำสุดท้ายในห้วงที่ช้างป่า “สีดอหูพับ” ยังมีลมหายใจอยู่ ก่อนที่จะล้ม เดินทางกลับสู่ดาวช้าง

หลังข่าวแพร่ออกไป เมื่อวานระหว่างทีมข่าวลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูเวียง จังหวัดขอนแก่น พบมีชาวบ้าน และกลุ่มผู้รักช้างจำนวนหนึ่ง ซึ่งสอบถามหลายคนบอกว่า เดินทางมาจากต่างจังหวัด ตั้งใจมาอำลา สีดอหูพับ ครั้งสุดท้ายต่อหน้าหลุมฝังกลบซาก ภายในอุทยานแห่งชาติภูเวียง

หลายคน บอกว่า เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวตั้งแต่ยังเป็นลูกช้างวัยละอ่อน กระทั่งพัฒนาการเติบโตเป็นช้างป่าวัยแรกรุ่นได้เห็นถึงความน่ารักน่าเอ็นดูของ สีดอหูพับ กลายเป็นช้างในดวงใจ พอทราบข่าวว่าล้ม รู้สึกใจหาย

ความรู้สึกไม่ต่างจากชาวบ้าน บางคนในพื้นที่อำเภอเวียงเก่า บอกว่ารู้สึกคาใจกับสาเหตุการล้มของสีดอหูพับ เท่าที่ได้ฟังจากข่าวระบุว่า ล้ม เพราะถูกยิงยาซึม แต่อีกใจนึงก็บอกไม่ถูกเพราะก่อนหน้าช้างนี้ ก็มีประเด็นเดินหากินตามพื้นที่ทำเกษตร สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านในพื้นที่

อีกคนรักช้างออกมาวิจารณ์อย่างดุเดือด ถึงกรมอุทยานฯ แบบไม่ไว้หน้า ก็คือ คุณหนูนา กัญจนา ศิลปอาชา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความไม่เห็นด้วย และตั้งคำถามต่อการทำงานของกรมอุทยานฯ โดยพุ่งเป้าไปประเด็นสำคัญดการเคลื่อนย้าย และการเสียชีวิตของ สีดอหูพับ

คุณหนูนา ร่ายเป็นข้อ ๆ กรมอุทยานฯ ไม่ควรออกมาระบุว่า สีดอหูพับ มีอายุ 15-20 ปี ทั้งที่นักวิจัย และผู้ติดตามช้างป่าตัวนี้ ประเมินว่า อายุประมาณ 10 ปี พร้อมตั้งคำถามว่า การให้ข้อมูลดังกล่าว เป็นความพยายามลดความรู้สึกสงสารของสังคม หรือไม่

นอกจากนี้ ยังตั้งคำถาม สาเหตุการล้ม ที่กรมอุทยานฯ ระบุว่า อาจเกิดจากการสำลักอาหาร คุณหนูนา มองว่า ยิ่งสะท้อนถึงความไม่รอบคอบในการวางยาสลบ โดยเปรียบเทียบว่า แม้แต่การวางยาคน ยังต้องให้อดอาหารล่วงหน้า 8-10 ชั่วโมง แต่กรณีนี้ สีดอหูพับ ยังมีอ้อยคาปาก จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ หากจะเกิดการสำลัก แล้วตาย

โดย คุณหนูนา ยังทิ้งท้ายโพสต์ว่า "คุณยังมีแผนการย้ายอีก 2-3 ตัว คุณมีจิตสำนึกจะทบทวนไหม ? สำนึกในหน้าที่บ้างไหม ? ไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว"

เช่นเดียวกับ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ และอดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ออกมาโพสต์ความเห็นผ่านเฟซบุ๊กว่า ย้ายช้าง…ตามคำพิพากษา แล้วถ้าช้างล้ม ใครรับผิดชอบ ? เรื่อง "ย้ายช้าง" ไม่ใช่เรื่องเล็ก มันไม่ใช่การย้ายของกลาง ไม่ใช่การย้ายรถ ไม่ใช่การย้ายเอกสารในห้องประชุม แต่มันคือ "การย้ายชีวิต"

ปม สีดอหูพับ ยังจุดกระแสให้กลุ่มคนรักช้าง เปิดแคมเปญล่ารายชื่อผ่านแพลตฟอร์ม Google แสดงพลัง และเป็นกระบอกเสียงแทนช้างป่า โดยจะนำรายชื่อไปยื่นต่อหน่วยงานกรมอุทยานฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การสูญเสีย สีดอหูพับ ไม่ควรเป็นเพียงตัวเลขในรายงาน แต่ต้องเป็นบทเรียนสำคัญของหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะกรมอุทยานฯ ควรต้องทบทวนตั้งแต่มาตรการแก้ปัญหาความขัดแย้ง ระหว่างคน และช้าง รวมทั้งวิธีการเคลื่อยย้ายสัตว์ป่าทุกตัว ไม่ใช่แค่ช้าง ต้องคำนึงถึงสวัสดิภาพของสัดว์ทุกตัวเป็นที่ตั้ง ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์สูญเสียในลักษณะเดียวกัน ซ้ำรอยอีกในอนาคต

ขอบคุณภาพจาก : Facebook NuNa Silpa-archa, ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง