แฉเหลี่ยมเขมร! นำกำลังทหารแฝงตัวเป็นชาวบ้านเฝ้าสังเกตการณ์พื้นที่

แฉเหลี่ยมเขมร! นำกำลังทหารแฝงตัวเป็นชาวบ้านเฝ้าสังเกตการณ์พื้นที่

View icon 37
วันที่ 5 ก.พ. 2569 | 14.46 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
รอง ผบ.ฉก.ตาพระยา รายงาน ไทยควบคุมพื้นที่บ้านคลองแผงไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ย้ำยังไม่พบท่าทีรุกล้ำจากกัมพูชา แต่มีการนำกำลังทหารแฝงตัวเป็นชาวบ้านเฝ้าสังเกตการณ์พื้นที่

วันนี้ (5 ก.พ.) พลตรี วินธัย สุวารี หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก และโฆษกกองทัพบก พร้อมด้วยคณะศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก และกองกำลังบูรพา นำสื่อมวลชนลงพื้นที่มาบริเวณ บ้านคลองแผง อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของหน่วยงานศุลกากรฝั่งกัมพูชา ที่รุกล้ำเข้ามายังพื้นที่ทับซ้อน แต่ปัจจุบันทหารไทยได้สถาปนาความมั่นคงในพื้นที่โดยได้ทำลายทิ้งทั้งหมดแล้ว

โดยมี พ.อ.ปฐมพล วงพิเดช รองผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจตาพระยา ชี้แจงถึงสถานการณ์ล่าสุดในพื้นที่ตาพระยา ที่เป็นพื้นที่ทับซ้อนบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา โดยเฉพาะจุดผ่อนปรนชายแดนในพื้นที่บ้านบึงตะกวน และบ้านคลองแผง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทั้งสองฝ่ายมีความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับแนวหลักเขตแดน โดยระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับหลักเขตที่ 36 ซึ่งตรวจพบว่าหลักเขต 36 มีเพียงส่วนบน แต่ไม่มีฐานล่าง โดยสันนิษฐานว่ามีการเคลื่อนย้ายหลักเขต ส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายอ้างแนวเขตไม่ตรงกัน และกลายเป็นพื้นที่ทับซ้อนมาจนถึงปัจจุบัน

พ.อ.ปฐมพล ระบุว่า ตลอดแนวชายแดนในความรับผิดชอบของกองกำลังบูรพามีกำหนดหลักเขตทั้งหมด 24 หลัก โดยเป็นหลักเขตที่เห็นตรงกัน 13 หลัก และไม่ตรงกัน 11 หลัก ซึ่งกลายเป็นต้นตอของปัญหาการรุกล้ำในบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณหนองจาน หนองหญ้าแก้ว และบ้านคลองแผง ซึ่งที่ผ่านมาฝ่ายกัมพูชาได้อ้างสิทธิ์พื้นที่ตั้งแต่หลักเขตที่ 33 ถึง 36 พร้อมปักหมุดและเคลื่อนไหวกำลังเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ฝ่ายไทยก็ยืนยันแนวอ้างอิงของตนเช่นกัน และมีข้อตกลงร่วมกันว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่

อย่างไรก็ตาม พ.อ.ปฐมพล ระบุว่า พบการลักลอบรุกล้ำโดยใช้ชาวบ้านและกำลังในลักษณะพลเรือนเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ พร้อมขุดหลุมตั้งรับตลอดแนวถนน k 5 รวมถึงการใช้สิ่งปลูกสร้างเป็นฐานปฏิบัติการ โดยพบการรุกล้ำรวมกว่า 389 หลังคาเรือน ซึ่งฝ่ายไทยได้ดำเนินการรื้อถอนและเคลียร์พื้นที่จนแล้วเสร็จ

ปัจจุบันสามารถสถาปนาแนวตั้งรับและควบคุมพื้นที่ได้อย่างมั่นคง เป็นวันที่ 56 นับตั้งแต่เข้าควบคุมพื้นที่เมื่อวันที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมา แต่ในส่วนประชาชนของกัมพูชา ขณะที่เกิดการปะทะกันนั้น ได้อพยพก่อนเราไปประมาณ 2 วัน ซึ่งเราอพยพช้ากว่า เนื่องจากเราไม่ได้มีความมุ่งหมายที่จะไปทำลายหรือรุกล้ำ แต่ในเมื่อกัมพูชาเปิดฉากมาหาเราก่อน เราจึงจำเป็นจะต้องอพยพไปด้วย รบไปด้วยในวันนั้น

ด้าน พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ระบุว่า กองทัพบกยังคงควบคุมพื้นที่อย่างรอบคอบ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีประชาชนอาศัยอยู่ เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ พร้อมย้ำว่าข้อมูลด้านการข่าวพบว่า การเคลื่อนไหวบางส่วนไม่ใช่ประชาชนทั่วไป แต่เป็นกำลังของทหารหรือเจ้าหน้าที่กัมพูชาที่แฝงตัวมาในลักษณะพลเรือน

พล.ต.วินธัย ระบุเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันฝ่ายไทยสามารถควบคุมพื้นที่สำคัญได้ทั้งหมด โดยเฉพาะจุดที่เคยใช้เป็นพื้นที่คุกคามหรือใช้อาวุธทำร้ายกำลังพลและประชาชน พร้อมยืนยันว่าการปฏิบัติเป็นไปตามกรอบกติกาสากลและข้อตกลงระหว่างประเทศ และยังใช้กลไกการประชุมในระดับพื้นที่และระดับภูมิภาค หรืออาร์บีซี (RBC) อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ กองทัพบกยืนยันว่า ยังไม่มีการเพิ่มกำลัง ใช้กำลังเท่าเดิม เน้นการเสริมความมั่นคงของแนวตั้งรับ การเฝ้าระวัง และป้องกันการยั่วยุ โดยหลีกเลี่ยงการใช้อาวุธ พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อรักษาความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่

นอกจากนี้ พ.อ.ปฐมพล กล่าวเพิ่มเติมว่า กำลังพลของฝ่ายกัมพูชาที่แฝงตัวเป็นประชาชนบริเวณถนน K5 ยังไม่มีการรุกคืบเพิ่มเติมแต่อย่างใด ส่วนสถานการณ์โดยรวม ยังคงต้องมีการเก็บกู้วัตถุระเบิดทั้งที่ประชาชนซึ่งกลับเข้ามาในพื้นที่ที่พบเจอ ทั้งระเบิดแสวงเครื่อง ทุ่นระเบิดเก่าและใหม่ โดยจะมีการรวบรวมวัตถุระเบิดที่พบเพื่อนำไปแยกว่า ส่วนไหนที่สามารถทำลายทิ้งได้เลย และส่วนไหนที่จะต้องนำไปทำลายนอกสถานที่ โดยขณะนี้ยังพบอยู่ทุกวัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง