ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบกรรมการบริษัทหัวใส ปลอมเอกสารบริษัท มหาชน ขอสินเชื่อแบงก์ เสียหายกว่า 21 ล้านบาท
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) จับกุม นางโกลัญญา อายุ 55 ปี บุคคลตามหมายจับศาลอาญาที่ 1287/2565 ลงวันที่ 24 มิถุนายน 2565 ในฐานะส่วนตัว และหมายจับศาลอาญาที่ 1592/2565 ลงวันที่ 8 สิงหาคม 2565 ในฐานะนิติบุคคล ฐานความผิด “ร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิ และร่วมกันใช้เอกสารสิทธิปลอม” โดยจับกุมได้ที่ บริเวณหน้าบ้านพัก ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี
พฤติการณ์ กล่าวคือ เมื่อประมาณปี 2562 ได้มีสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง ในฐานะผู้เสียหาย มาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ให้ดำเนินคดีกับ บริษัทแห่งหนึ่ง โดย นางโกลัญญา กรรมการผู้มีอำนาจ กรณีที่ถูกนิติบุคคลข้างต้น ปลอมเอกสารสิทธิเพื่อขอสินเชื่อ จนสถาบันการเงินผู้เสียหายหลงเชื่อ เป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย 21,002,243.66 บาท
จากการสืบสวนสอบสวน ทราบว่า นางโกลัญญา ซึ่งเป็นกรรมการของบริษัทผู้ต้องหา ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตแผ่นปูนซีเมนต์สำเร็จรูปขาย เป็นลูกค้าเก่า เคยมีประวัติการกู้ยืมเงินกับสถาบันการเงินผู้เสียหาย ได้ติดต่อขอสินเชื่อจำนวน 30 ล้านบาท และขอเพิ่มวงเงิน OD จากเดิม 5 ล้าน เพิ่มเป็น 20 ล้าน โดยผู้ต้องหาได้ปลอมเอกสารใบเรียกเก็บเงิน, ใบส่งมอบงาน ระหว่างบริษัทผู้ต้องหา กับบริษัท มหาชน รายหนึ่ง มาใช้ประกอบการยื่นขอสินเชื่อ ทำให้ธนาคารหลงเชื่ออนุมัติวงเงินตามใบเรียกเก็บเงินปลอมที่ถูกนำมาอ้าง จำนวน 38 รายการ มูลค่ากว่า 29,545,405.67 บาท
โดยต่อมาบริษัท มหาชน ที่ถูกนำมาอ้างเป็นคู่ค้า ได้ทำการตรวจสอบและยืนยันว่าเอกสารใบเรียกเก็บเงินและใบส่งมอบงานดังกล่าว เป็นเอกสารที่ถูกปลอมขึ้น โดยบริษัทผู้ต้องหาได้ใช้ประโยชน์จากการที่เคยเป็นคู่ค้ากับตน นำเลขที่ใบเรียกเก็บเงินเดิมมาปลอมและใช้ใหม่ พนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน และขออนุมัติหมายจับต่อศาลออกหมายจับผู้ต้องหาไว้
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ. ได้สืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาเรื่อยมา จนทราบว่า นางโกลัญญา ได้หลบหนีไปกบดาน อยู่ในวัดป่าแห่งหนึ่งนานกว่า 6 ปี แต่ปัจจุบันนี้ได้กลับมาพักอาศัยอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งใน ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงได้เฝ้าสะกดรอย สังเกตุการณ์ จนพบกับ นางโกลัญญา กำลังออกจากบ้าน จึงได้แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจพร้อมแสดงหมายจับดังกล่าวข้างต้น และเข้าทำการจับกุมตัว นางโกลัญญา นำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติต้องโทษคดีอาญาของผู้ต้องหายังพบว่า นางโกลัญญา เคยถูกออกหมายจับและมีประวัติคดีอาญาในความผิด ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 กว่า 47 คดี สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาว่า เงินที่ได้มาจากสถาบันการเงินดังกล่าวนั้น ได้นำไปใช้ในการหมุนเวียนทำธุรกิจของตน ซึ่งปัจจุบันธุรกิจดังกล่าวได้ปิดตัวลงแล้ว
กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) ขอฝากเตือนภัยถึงประชาชน การยื่นเอกสารสิทธิอันเป็นเท็จ ต่อสถาบันการเงิน เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมาย อันเป็นความผิดฐาน “ปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม” มีอัตราโทษจำคุก 6 เดือน ถึง 5 ปี และปรับ 10,000 -100,000 บาท