ตำรวจทางหลวง สกัดรถบรรทุกขนส่งพัสดุ สุ่มตรวจเจอบุหรี่ไฟฟ้า ยึดของกลางส่งพนักงานสอบสวน หาตัวผู้ที่ส่งพัสดุมาดำเนินคดี
วันนี้ (30 เม.ย.69) พ.ต.อ.อินทรัตน์ ปัญญา ผู้กำกับการ 7 กองบังคับการตำรวจทางหลวง สั่งการให้ ร.ต.อ.กรกฎ ทวยไธสง รองสารวัตร สถานีตำรวจทางหลวง 5 กองกำกับการ 7 กองบังคับการตำรวจทางหลวง นำกำลังตำรวจทางหลวง 5 เรียกตรวจรถบรรทุก 6 ล้อคันหนึ่ง ขณะขับอยู่บนถนนทางหลวงนราธิวาส 2003 ต.ละหาร อ.ยี่งอ จว.นราธิวาส โดยทันทีที่ตำรวจทางหลวงเปิดประตูตู้ทึบหลังรถ พบพัสดุจำนวนมาก ก่อนสุ่มตรวจกล่องพัสดุบางชิ้น ปรากฎว่าเป็นบุหรี่ไฟฟ้าหลากหลายยี่ห้อจำนวนมาก ซึ่งเป็นสินค้าที่ไม่ได้ผลิตขึ้นในราชอาณาจักรไทย ไม่มีแหล่งที่มาที่แน่ชัด และไม่มีเอกสารประกอบเกี่ยวกับการนําสินค้าเหล่านี้เข้ามาในราชอาณาจักรแต่อย่างใด จึงเป็นสินค้าต้องห้ามนําเข้าที่ยังไม่ผ่านพิธีทางศุลกากร
ตำรวจทางหลวงจึงยึดของกลาง บุหรี่ไฟฟ้าต่างประเทศได้ 480 ชิ้น พร้อม น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า และอุปกรณ์ชาร์ตแบตเตอร์รีจำนวนหนึ่ง พร้อมควบคุมตัว นายสานิตย์ อายุ 53 ปี คนขับรถไปสอบสวนที่ หน่วยบริการตำรวจทางหลวงนราธิวาส ต.บางนาค อ.เมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส
ขณะที่นายสานิตย์ ให้การว่า ตนเป็นพนักงานขับรถของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งที่รับจ้างขนส่งพัสดุจากบริษัทขนส่งพัสดุแห่งหนึ่ง โดยตนขับรถไปรับพัสดุสินค้าดังกล่าวจากที่ทำการไปรษณีย์สุไหง-โกลก จ.นราธิวาส เพื่อนำไปส่งที่ศูนย์กระจายพัสดุสินค้า ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
ขณะที่เจ้าหน้าที่บริษัทขนส่งพัสดุ ได้เข้าตรวจสอบพัสดุที่ถูกตรวจยึดด้วย ก่อนที่ตำรวจทางหลวงจะนำของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ยี่งอ ให้สืบสวนหาตัวผู้ที่ส่งพัสดุดังกล่าวมาดำเนินคดีข้อหา “ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจําหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจํานํา หรือ รับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่ยังมิได้เสียค่าภาษี หรือ ของต้องจํากัด หรือของต้องห้าม หรือที่เข้ามาใน ราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องก็ดี หรือเป็นของที่นําเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากรข้อจํากัดหรือข้อห้ามอันเกี่ยวแก่ของนั้นก็ดี ตาม พรบ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ทวิ” ส่วนนายสานิตย์ ได้เข้าให้การกับพนักงานสอบสวนเป็นประโยชน์กับรูปคดีแล้ว