พ่อชายคลั่งเปิดใจ ลูกป่วยจิตเวชตั้งแต่ 9 ขวบ ดื่มน้ำกระท่อม เสพกัญชา อาจมีความแค้นที่ถูกครูเจตำหนิ
วันนี้ (12 ก.พ.69) เจ้าหน้าที่จากกรมสุขภาพจิตพร้อมทีมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอหาดใหญ่ และสาธารณสุขจังหวัดสงขลา เดินทางไปพบพ่อของผู้ก่อเหตุ ซึ่งอาศัยอยู่ที่ขนำในสวนยางพารา ที่ ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ ซึ่งต้องเดินเท้าขึ้นไปบนภูเขา ห่างจากถนนจุดจอดรถประมาณ 300 เมตร โดยพบว่า ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้พูดคุยเยียวยาจิตใจพ่อผู้ก่อเหตุและน้องสาว 2 คน
พ่อผู้ก่อเหตุเล่าให้ฟังว่า หลังจากลูกชายคลุ้มคลั่งจากอาการจิตเวช แต่ก็ไม่รู้ว่ามีไปเสพยาเสพติดมาหรือไม่ ก่อนจะมีอาการเกลียดพ่อ ไม่อยากเจอหน้าพ่อ จากนั้นจุดไฟเผาข้าวของเครื่องใช้ในบ้านจนเสียหาย แล้วชิงเอาโทรศัพท์ของตนไป จากนั้นก็แจ้งผู้ใหญ่บ้าน และตำรวจ สภ.ทุ่งลุง ให้เข้าระงับเหตุ และเมื่อตำรวจ 2 นาย เดินทางมาถึง ประกอบกับลูกชายคลุ้มคลั่ง ก็ใช้มีดพร้าไล่ฟันตำรวจและผู้ใหญ่บ้าน ตั้งแต่บริเวณบ้าน จนลงจากภูเขาไปถึงที่จอดรถตำรวจ ก็ยังไล่ฟัน จนแตกกระเจิง
จากนั้นก็เปิดประตูรถตำรวจ ชิงอาวุธปืน ขนาด 9 มม. แล้วยิงขึ้นฟ้าและยิงมั่วราว 7 นัด ก่อนจะไปที่โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ เนื่องจากช่วงนั้น ลูกสาว ซึ่งเป็นน้องของผู้ก่อเหตุ โทรศัพท์หรือส่งข้อความมาหาตนให้ไปรับที่ปากทางเข้าบ้าน เพราะเลิกเรียนแล้ว ทำให้ลูกชายเป้าหมายเปลี่ยน ขี่รถจักรยานยนต์ไปที่โรงเรียนทันที ส่วนกรณีที่ตามหาครูเจ ซึ่งเป็นครูที่ปรึกษาของลูกสาวนั้น เนื่องจากเมื่อปีที่ผ่านมา ลูกสาวถูกเรียกผู้ปกครอง จึงปกปิดไม่ให้ตนรู้ จากนั้นบอกพี่ชายให้ไปแทนตน และเมื่อพบครูแล้ว ก็ถูกตำหนิ เพราะลูกชาย อายุยังไม่ถึง 18 ปี จึงเชื่อเป็นสาเหตุที่ทำให้โกรธแค้นครู เพราะถูกตำหนิ ทั้งที่ไม่ได้ตำหนิหรือดุด่ารุนแรง แต่ยืนยันลูกชายป่วยจิตเวช รักษามาตั้งแต่อายุ 9-10 ขวบ ส่วนยาเสพติด ลูกชายเคยรับว่าดื่มน้ำใบกระท่อมและเสพใบกัญชา
ทั้งนี้ตนขอโทษครอบครัวของผู้อำนวยการโรงเรียนฯ ที่ลูกชายไปก่อเหตุแบบนี้ ซึ่งตนก็ไม่คิดว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนจะยอมสละชีวิตเข้าไปพูดคุยกับลูกชายที่คลุ้มคลั่งและเป็นตัวประกันแทนนักเรียน
ส่วนที่ สภ.ทุ่งลุง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พล.ต.ต.อาชาน จันทร์ศิริ รอง ผบช.ภ.9 พร้อม พล.ต.ต.ธีรศักดิ์ ไชยโยธา ผบก.ภ.จว.สงขลา เรียกประชุมตำรวจชุดคลี่คลายคดี ก่อนเปิดเผยว่า พนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งลุง แจ้ง 3 ข้อหากับเยาวชนผู้ก่อเหตุ ประกอบด้วย ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา , ข้อหา พยายามฆ่า และความผิดตาม พรบ.อาวุธปืนฯ โดยพนักงานสอบสวนจะเดินทางไปแจ้งข้อหาที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ ขณะที่แพทย์โรงพยาบาลหาดใหญ่ ลงความเห็นให้ส่งตัวเยาวชนคนนี้ ไปตรวจอาการจิตเวชที่โรงพยาบาลจิตเวชสงขลาราชนครินทร์ ที่อำเภอเมืองสงขลา นอกจากนี้ผลการตรวจจากแพทย์เบื้องต้น ไม่พบสารเสพติดในร่างกายผู้ก่อเหตุ
ส่วนกรณีที่มีข้อครหาว่า ผู้ก่อเหตุแย่งปืนตำรวจได้นั้น เนื่องจากขณะเข้าระงับเหตุคลุ้มคลั่ง ผู้ก่อเหตุถือมีดพร้ายาว ไล่ฟันทุกคนทั้งตำรวจ และผู้ใหญ่บ้าน จนแตกกระเจิง ตั้งแต่บริเวณบ้านที่อยู่บนภูเขา จนถึงจุดจอดรถเชิงเขา ห่างกันประมาณ 200-300 เมตร ซึ่งตำรวจ ใช้ยุทธวิธีเข้าระงับเหตุโดยใช้ไม้ง่ามในการเข้าประชิดตัว จากนั้นตำรวจวิ่งไปที่รถ และกดปลดล็อกประตูเพื่อหยิบปืนไฟฟ้ามาระงับเหตุ แต่จังหวะนั้นผู้ก่อเหตุวิ่งถือมีดพร้ามาไล่ฟันถูกช่องท้อง แต่ใส่เสื้อเกราะ และกระโดดหลบออกจากรถ ผู้ก่อเหตุจึงฉวยโอกาสเข้าไปหยิบปืนที่วางอยู่ในรถ ไปขึ้นรถจักรยานยนต์ขับขี่หลบหนีไปและมุ่งหน้าไปก่อเหตุที่โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ก่อเหตุดังกล่าว