เลือกตั้ง 2569 : จัดตั้งรัฐบาลเริ่มนิ่ง ? "กล้าธรรม" ส่อถูกบีบ

View icon 31
วันที่ 16 ก.พ. 2569 | 06.46 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - ติดตามความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งชัดเจนแล้วว่าเป็นพรรคภูมิใจไทย ภายใต้การบริหารงานโดย "นายกฯ อนุทิน" จะเป็นแกนนำ ซึ่งก่อนหน้านี้จะเห็นภาพข่าว 2 พรรคการเมืองอย่าง "ภูมิใจไทย" และ "เพื่อไทย" ตัดสินใจลืมเรื่องบาดหมางในอดีตหันมาจับมือกันเตรียมจัดตั้งรัฐบาลกันมาแล้ว

ถ้ารวมคะแนนเสียงของ 2 พรรคฯ รวมถึงพรรคเล็กที่เป็นพันธมิตร ก็น่าจะได้ราว ๆ 280-290 เสียง เพียงพอต่อการจัดตั้งรัฐบาล

แต่กูรูด้านการเมืองมองว่า "สามารถรวบรวมเสียงได้แน่นกว่านี้อีก อาจจะเกิน 300 เสียงขึ้นไป" ซึ่งถ้าเป็นไปได้อาจจะต้องมีการหารือดึงพรรคใหญ่อีกพรรคมาเสริม

จับสัญญาณจากการโพสต์เฟซบุ๊กล่าสุดของ "นายกฯ อนุทิน" เมื่อคืนที่ผ่านมา มีประเด็นสำคัญอยู่ 2 เรื่อง ประเด็นแรก คือ พรรคภูมิใจไทย จะเป็นผู้รับผิดชอบด้าน "การบริหารงานความมั่นคง" ทั้งมาตรการทางการทูต และการทหาร

นั่นหมายความว่า งานหลักเรื่องประเด็นข้อพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชา จะเป็น "พรรคภูมิใจไทย" ดำเนินการ ทั้งการปิดด่านชายแดนจะยังดำเนินต่อไป, การสร้างกำแพงระหว่าง 2 ประเทศจะเกิดขึ้น รวมถึงการยกเลิก MOU44

ประเด็นที่ 2 คือ พรรคภูมิใจไทยจะรับผิดชอบงานด้านเศรษฐกิจ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ นำเศรษฐกิจไทยที่ตกอยู่ในหล่มมายาวนานขึ้นมาจากหล่มให้ได้ การทำงานด้านเศรษฐกิจจะต้องทำงานแบบมืออาชีพเป็นทีมเดียวกัน คือ ทีมประเทศไทยที่มีส่วนผสมหลัก คือ อนุทิน เอกนิติ ศุภจี สีหศักดิ์

ทุกพรรคการเมืองที่ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล จะเป็นทีมเดียวกัน มีเป้าหมายเดียวกัน คือทำให้พี่น้องประชาชนมีรายได้ดีขึ้น ทั้งผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม ท่องเที่ยว บริการ และอาชีพอิสระ

อย่างไรก็ตาม ในประเด็นที่ 2 ที่ "นายกฯ อนุทิน" โพสต์เฟซบุ๊กเหมือนส่งสัญญาณบางอย่างหรือไม่ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า พรรคกล้าธรรม ซึ่งบริหารงานโดย ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคฯ ดูแลกระทรวงเกษตรฯ อยู่ แต่ที่ "นายกฯ อนุทิน" โพสต์ระบุชัดเจนว่า "พรรคภูมิใจไทย" จะรับผิดชอบงานด้านเศรษฐกิจ ซึ่งหมายรวมถึงกระทรวงเกษตรฯ ด้วย

สอดคล้องกับกระแสข่าวที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา ซึ่งมีรายงานว่า พรรคภูมิใจไทย โดยแกนนำของพรรคฯ อาจเปิดโต๊ะเจรจากับแกนนำของพรรคกล้าธรรม เพื่อขอกระทรวงเกษตรฯ มาบริหารงาน

แต่หากพรรคกล้าธรรมไม่ยอม อาจทำให้ "ว่าที่ สส. 58 คน" ของพรรคกล้าธรรมจะได้กลายเป็น สส.ฝ่ายค้าน แทน

และยังมีกระแสข่าวเข้ามาเพิ่มเติมด้วยว่า หากพรรคกล้าธรรมไม่ยอมให้กระทรวงเกษตรฯ และตัดสินใจไปเป็นฝ่ายค้าน อาจทำให้แกนนำพรรคภูมิใจไทย เดินหน้าทาบทามพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาล เพราะมีเสียง "ว่าที่ สส." อยู่มากถึง 22 เสียง

หลังจากนี้ต้องติดตามท่าทีของแกนนำพรรคกล้าธรรมอย่างใกล้ชิด และต้องรอดูว่าพรรคภูมิใจไทยจะเปิดโต๊ะเจรจากันเมื่อไร และจะมีการเปิดเผยต่อสาธารณะหรือไม่ในเร็ว ๆ นี้หรือไม่

ส่วนตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร มีกระแสข่าวว่าจะเป็นนายโสภณ ซารัมย์ ว่าที่ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย

แต่มีรายงานล่าสุดว่า กระแสข่าวนี้อาจยังไม่ใช่ เพราะยังมีอีกหลายคนที่มีความเหมาะสม และข่าวที่ออกมาเป็นเพียงการคาดการณ์ของสื่อมวลชน

ส่วนความคืบหน้าการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส. ยังต้องรอว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด แต่ขณะนี้ กกต. น่าจะวุ่นอยู่กับการชี้แจงเรื่องบาร์โคดบนบัตรเลือกตั้ง

ซึ่งเมื่อวานทั้งสำนักงาน กกต. ได้ออกเอกสารข่าวยืนยันว่า การเลือกตั้งเป็นความลับทุกขั้นตอน และมีกฎหมายรองรับชัดเจน

ขณะที่ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ได้โพสต์เฟซบุ๊กยืนยันเช่นกันว่าบัตรเลือกตั้งเป็นความลับ ซึ่งบัตรที่กาไปแล้ว และมีบาร์โคดจะไม่มีใครรู้ว่าลงคะแนนเลือกใคร 

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้น่าจะไม่จบง่าย ๆ เพราะอย่างน้อยจะมี 2 กลุ่มที่เตรียมฟ้องร้องต่อศาล ทั้งพรรคประชาชน ที่จะยื่นฟ้องต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง กรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 และนิสิต-นักศึกษาจากหลายสถาบัน พร้อมทนายความจะยื่นฟ้องร้องเอาผิด กกต. ต่อศาลปกครองในวันนี้ (16 ก.พ.) กรณีจัดทำรหัสบาร์โคด-คิวอาร์โคดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งขัดต่อหลักการลงคะแนนโดยลับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง