สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ดังนี้

View icon 141
วันที่ 17 ก.พ. 2569 | 20.04 น.
ข่าวในพระราชสำนัก
แชร์
เวลา 08.57 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ เขตสัมพันธวงศ์ โอกาสนี้ ทรงถวายผลไม้ ทรงวางพวงมาลัย แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์กวนอิม ปางประทานพร ประทับยืนบนฐานดอกบัว เป็นไม้แกะสลัก ศิลปะแบบราชวงศ์ถัง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ซ่ง เมื่อประมาณ 800-900 ปีก่อน อัญเชิญจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อประมาณปี 2501 มาประดิษฐานที่มูลนิธิเทียนฟ้าแห่งนี้ เพื่อให้ประชาชนได้สักการะบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล

โรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ เดิมชื่อ "เทียนฮั้วอุยอี้" ตั้งอยู่บริเวณวงเวียนโอเดียน ถนนเยาวราช ก่อตั้งเมื่อปี 2446 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คหบดีชาวจีน 6 คน ซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มชาวจีนในไทย 5 กลุ่มภาษา ได้แก่ แต้จิ๋ว, แคะ, กวางตุ้ง, ฮกเกี้ยน และไหหลำ ริเริ่มสร้างโรงพยาบาลแห่งนี้ เพื่อสงเคราะห์ผู้ป่วยไข้ที่ยากไร้ รักษาแบบแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนจีน  ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดโรงพยาบาล เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2448 และพระราชทานพระราชทรัพย์ เพื่อใช้ดำเนินกิจการของโรงพยาบาล พร้อมทั้ง พระราชทานตู้ไม้สัก มีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ "จปร" และตราพระเกี้ยว เป็นที่ระลึก

โอกาสนี้ ทรงเปิดผ้าแพรคลุมป้าย 120 ปี โรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ "ศรัทธาที่ยั่งยืน และการให้ที่ไม่สิ้นสุด" ปัจจุบันโรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ เป็นองค์กรการกุศล จดทะเบียนเป็นมูลนิธิแห่งแรกของประเทศไทย เปิดรักษาประชาชนมานาน 120 ปี และเป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรกที่เน้นรักษาผู้ป่วยไม่หวังผลกำไร ตรวจรักษาและวินิจฉัยโรคทั้งโรคทั่วไป, โรคจักษุ, กระดูกและข้อ, โรคต่อมไร้ท่อ เช่น เบาหวาน ไทรอยด์, ทันตกรรม และโรคไต มีโครงการพัฒนาศูนย์ไตเทียม "เทียนฟ้าประชาการุณย์" ที่ถนนหทัยราษฎร์ รวมถึงตรวจรักษาและจ่ายยาจีนแก่ผู้ป่วยยากไร้ มีบริการฝังเข็ม ครอบแก้ว อบไฟ และ ทุยหนา หรือ นวดแผนจีน

จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดมังกรกมลาวาส ทรงสักการะพระพุทธเจ้าพระโพธิสัตว์ เทพเจ้าต่าง ๆ

วัดมังกรกมลาวาส มีชื่อจีนว่า "วัดเล่งเน่ยยี่" ภายในอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธปฏิมาตรีกาย พระประทานอุโบสถ 3 องค์ ได้แก่ พระศรีศากยมุนีพุทธเจ้า พระไภษัชยคุรุพระพุทธเจ้า และพระอมิตาพุทธเจ้า วิหารด้านหน้า ประดิษฐานท้าวจตุโลกบาลข้างละ 2 องค์ เป็นรูปหล่อปูน เขียนสี แต่งกายแบบนักรบจีน ส่วนด้านข้างเป็นเทพเจ้าตามความเชื่อของลัทธิเต๋าและเทพเจ้าพื้นเมืองของจีน เช่น เทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตา (ไท้ส่วยเอี๊ยะ) เทพเจ้าแห่งยา (เซียงซือกง) เทพเจ้าแห่งโชคลาภ (ไฉ่ซิ้งเอี๊ยะ) และยังมีรูป 18 พระอรหันต์ ตั้งอยู่ทั้งสองข้างของวิหาร รวมเทพเจ้าทั้งหมด 58 องค์ ที่วิหารนาคบุษปะ ต้นโพธิ์ของพระศรีอริยเมตไตรย เป็นวิหารประดิษฐานบูชาบูรพาจารย์ อดีตเจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาส

โอกาสนี้ ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิม พระป้ายบูรพาจารย์อดีตเจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาสทุกรูป พระป้ายหลวงปู่ซ่งไต้ฮงโจวซือ สมโภชเปิดสักการะ 155 ปี และพระป้ายบูรพาจารย์พระสงฆ์ฝ่ายอินเดียและจีนบูรพาจารย์บรรพชิตจีนนิกายหลินจี้ และป้ายบิดามารดาผู้ให้กำเนิดบรรพชิตทุกรูปประเทศจีน ซึ่งทางวัดเก็บรักษาอย่างดีนานกว่า 120 ปี

สถาปัตยกรรมของวัดมังกรกมลาวาส เป็นการวางผังตามแบบสถาปัตยกรรมจีนตอนใต้ มีลักษณะแบบสกุลช่างแต้จิ๋วเป็นหลัก ตามแบบพระพุทธศาสนานิกายมหายาน ตัวอาคารทั้งหมดประกอบด้วยอิฐและไม้ หลังคามุงกระเบื้องดินเผาแบบจีนโบราณ ประดับตกแต่งอาคารด้วยกระเบื้องตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ ลวดลายสิริมงคลตามความเชื่อจีน มีการวาดลวดลาย แกะสลัก และปิดทองอย่างสวยงาม

หน้าประตูวัดมีป้ายจารึกชื่อวัดเป็นภาษาไทยว่า "ทรงพระราชทานนามวัดมังกรกมลาวาส" และมีป้ายสีแดงภาษาจีน ทำจากไม้ เป็นลายมือของพระอาจารย์สกเห็ง (เจ้าอาวาสองค์แรกของวัด) ประตูทางเข้าทั้งสองด้านมีป้ายแขวนคำโคลงคู่ ป้ายด้านซ้าย มีความหมายว่า "มังกรเหินสู่สวรรค์ ณ ถิ่นนี้" ป้ายด้านขวามีความหมายว่า "ประทุมประทีปส่องสว่างกลางเวหา" โคลงนี้แต่งขึ้นในสมัยราชวงศ์ชิง โดยจักรพรรดิกวงซื่อ ในปี ค.ศ.1879 เป็นงานศิลปะด้านการเขียนลายมือจีนที่มีค่ามากชิ้นหนึ่ง นอกจากนี้ ภายในวัดยังมีป้ายที่เขียนขึ้นในสมัยราชวงศ์ชิง ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 มีอายุกว่า 100 ปี ที่กล่าวถึงปรัชญาต่าง ๆ อีกจำนวนหนึ่ง

ภายในวัด ยังมีโรงเรียนมังกรกมลาวาสวิทยาลัย ก่อตั้งขึ้นในปี 2533 เป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรมสายสามัญศึกษา เปิดสอนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 และยังเป็นโรงเรียนแห่งแรกของคณะสงฆ์จีนในประเทศไทยอีกด้วย

ข่าวอื่นในหมวด