ระดมตำรวจชุดสืบสวน 6 โรงพัก ล่า “นายแอล” ยิงกู้ภัย ที่ จ.ชลบุรี และกลับมาจับพ่อตาเป็นตัวประกัน หลังพ่อตาหนีมาได้ จึงแจ้งตำรวจเข้าจับกุม แต่ “นายแอล” ไหวตัวทันหลบไปพร้อมอาวุธปืน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี เรียกกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายงานปราบปราม และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ในพื้นที่ 6 โรงพัก เพื่อประสานกระจายการแจ้งข้อมูลการประกาศจับหาตัวคนร้ายและสั่งตั้งด่านสกัดทุกพื้นที่ที่คาดว่าจะเป็นเส้นทางที่คนร้ายจะหลบหนี โดยคนร้ายที่ถูกตำรวจระดมกำลังไล่ล่าคือ นายนพรัตน์ จีนโต หรือ “แอล” อายุ 31ปี คนร้ายที่ก่อเหตุยิงกู้ภัย ในห้วยใหญ่ จ.ชลบุรี และกลับมาก่อเหตุจับพ่อตาเป็นตัวประกัน เพื่อเรียกร้องให้ภรรยามาพบ แต่เมื่อพ่อตาหนีมาได้จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจตามเข้ามาจับกุมบ้านพักย่านอำเภอ ลาดหลุมแก้ว แต่จังหวะนั้นได้กระโดดมีทางหน้าต่าง แล้วหลบหนีไปได้ทาง ด้านหลังบ้าน ด้วยการเดินเท้า พร้อมกับอาวุธปืน ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดปทุมธานีต้องเร่งไล่ล่าตัว เนื่องจากถือว่าเป็นบุคคลอันตราย
พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี กล่าวเปิดเผยว่า จากกรณีที่มีสื่อโซเชียลแชร์เกี่ยวกับคนร้ายคลั่งถือปืนในพื้นที่อำเภอลาดหลุมแก้ว และมีการสั่งปิดโรงเรียน 13 แห่ง จนทำให้บรรดาประชาชนในพื้นที่ต่างวิตกกังวล เบื้องต้น ได้มีการไต่สวนและสืบทราบว่า ผู้ก่อเหตุมีปัญหากันเกี่ยวกับเรื่องภายในครอบครัว ระหว่างภรรยากับตัวเขาเอง ซึ่งทราบว่า ได้มีการทะเลาะเบาะแว้งกันภายในรถ ขณะกำลังเดินทาง เพื่อนำใบกระท่อมจากพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ไปส่งให้กับลูกค้าในเขตพื้นที่จังหวัดชลบุรี แต่จังหวัดนั้นได้มีการจอดรถในพื้นที่ห้ามจอด และทราบว่ามีกู้ภัยเข้ามาแจ้งให้เคลื่อนย้ายรถไปจอดบริเวณอื่น จึงทำให้มีปัญหากันและใช้อาวุธปืนยิงใส่กู้ภัย
ส่วนภรรยาทราบว่าได้รับบาดเจ็บและเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลอยู่ที่จังหวัดชลบุรี หลังก่อเหตุจากพื้นที่จังหวัดชลบุรี นายแอล ผู้ต้องหาได้เดินทางกลับมาบ้านพักที่อาศัยอยู่กับพ่อและแม่ ในเขตพื้นที่อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี แต่ด้วยความโมโห จึงเข้าไปจับตัวพ่อตา ซึ่งมีบ้านพักอาศัยอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน มาเป็นตัวประกันเพื่อเรียกร้องให้ภรรยามาพบ หลังสืบทราบว่าภรรยาได้แจ้งความจับตัวเอง จึงทำให้เกิดความโมโหและก่อเหตุดังกล่าว โดยจากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าเป็นปัญหาการทะเลาะกันระหว่างภรรยาจนเกิดความโมโหและก่อเหตุในลักษณะดังกล่าว
ส่วนเหตุการณ์ คนร้านคลั่งและมีการควงปืน ที่โรงเรียนนั้น เบื้องต้นข้อมูลดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังไม่ได้รับแจ้งเหตุนี้ มีเพียงการแจ้งความเกี่ยวกับการก่อเหตุของคนร้ายในลักษณะพฤติกรรมดังกล่าวเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ในสั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกฝ่ายเร่งสืบสวนและติดตามตัวคนร้ายมาให้ได้ เนื่องจากพบว่าเป็นบุคคลอันตรายเพราะมีอาวุธปืนติดตัวไปด้วย จึงได้วางกำลังเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนและประสานฝ่ายปกครอง ผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอลาดหลุมแก้ว เพื่อประสานแจกจ่ายภาพถ่ายการนำจับผู้ต้องหาที่ก่อเหตุและพกพาอาวุธปืนหลบหนีไปด้วย อีกทั้ง เร่งไล่ล่าติดตามตัวผู้ก่อเหตุ ตามบ้านเพื่อนและบ้านญาติในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี และบ้านเพื่อนบ้านญาติที่อยู่ต่างจังหวัด เพื่อเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุ มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่ง หากผู้ก่อเหตุทราบข่าว จากการกระทำดังกล่าว ขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้ก่อเหตุเข้ามอบตัวกลับเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดีกว่า เนื่องจากขณะนี้ได้วางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ทั่วพื้นที่แล้ว
ล่าสุุด ตำรวจภูธรภาค 1 แจ้งว่าโรงเรียนในอำเภอลาดหลุมแก้ว ให้หยุดเรียนฉุกเฉิน 1 วัน ระหว่างล่าตัวคนร้าย