ผู้ปกครองในจังหวัดชุมพร เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับครูประจำชั้นอนุบาล 3 ของโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งในตัวเมือง หลังบุตรสาวถูกทำโทษจนเกิดรอยฟกช้ำทั่วแผ่นหลังและหัวไหล่ สร้างความสะเทือนใจและตั้งคำถามถึงมาตรฐานการดูแลเด็กเล็กในสถานศึกษา
กรณีดังกล่าวถูกเปิดเผยผ่านเพจเฟซบุ๊กผู้เป็นพ่อ ซึ่งโพสต์ภาพบาดแผลของลูกสาว พร้อมข้อความระบุว่า เด็กถูกครูใช้ไม้และมือตี เนื่องจากอ่านหนังสือไม่ได้ โดยอ้างเหตุผลว่าครูกลัวไม่ผ่านการประเมินจากการตรวจสอบของโรงเรียน
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบพ่อของน้อง เล่าทั้งน้ำตาว่า ตนและภรรยาไปรับลูกสาวกลับจากโรงเรียน น้องบอกว่าถูกครูตี แต่ในตอนแรกคิดว่าเป็นการทำโทษทั่วไป กระทั่งช่วงเวลาประมาณ 3 ทุ่ม ขณะกำลังพาลูกอาบน้ำ จึงพบรอยฟกช้ำชัดเจน จึงติดต่อสอบถามครูประจำชั้นได้รับคำชี้แจงว่าเป็นการ “ตีกล่าวตักเตือนเบา ๆ เพียงสองครั้ง” แต่สภาพบาดแผลสวนทางกับคำอธิบายอย่างสิ้นเชิง
ต่อมาทราบว่า สาเหตุของการลงโทษมาจากการที่เด็กอ่านหนังสือไม่ได้ และโรงเรียนกำลังจะมีการตรวจประเมิน ทำให้ผู้ปกครองยิ่งรับไม่ได้ เพราะเห็นว่าเป็นการกดดันและใช้ความรุนแรงกับเด็กเล็กเกินขอบเขต
หลังเกิดเหตุมีเสียงมาเรียกที่หน้าบ้าน จึงเกรงเรื่องความปลอดภัยและไม่เปิดประตู พร้อมแจ้งให้ไปพูดคุยกันที่สถานีตำรวจในวันถัดไป เนื่องจากยังอยู่ในภาวะอารมณ์ตึงเครียด แต่สุดท้ายครูไม่เดินทางมาพบตามนัด จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย
นอกจากนี้พ่อของเด็กยังได้เข้าพบสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชุมพร เขต 1 เพื่อแจ้งเหตุ และขอความคุ้มครองให้บุตรสาว โดยมีผู้อำนวยการโรงเรียนเข้าชี้แจงต่อหน่วยงานต้นสังกัดแล้ว อย่างไรก็ตามผู้ปกครองยังกังวลถึงความปลอดภัยของเด็ก และสภาพจิตใจที่หวาดกลัวไม่กล้าไปโรงเรียน
ภายหลังการแจ้งความ ยังมีผู้ปกครองรายอื่นติดต่อเข้ามาให้ข้อมูลว่า บุตรหลานของตนเคยถูกครูคนเดียวกันทำโทษมาแล้วหลายราย แต่ไม่กล้าแจ้งความ เนื่องจากบาดแผลไม่รุนแรงถึงขั้นสาหัส จึงปล่อยผ่านไป ผู้ปกครองเหล่านี้ต่างให้กำลังใจและเรียกร้องให้ดำเนินการถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำกับเด็กคนอื่นอีก โดยเฉพาะเด็กอนุบาลซึ่งยังไม่สามารถปกป้องตนเองได้