เช้านี้ที่หมอชิต - จังหวัดเชียงใหม่ งัดไม้แข็งปราบมือเผาป่า ตัวการทำค่าฝุ่นพุ่งสูงในระดับเกินค่ามาตรฐาน หลังเกิดไฟป่าต่อเนื่องในพื้นที่อำเภอโซนใต้ของจังหวัด
สภาพอากาศในตัวเมืองเชียงใหม่ ตลอดทั้งวันเมื่อวาน (18 ก.พ.) ทัศนวิสัยการมองเห็นเริ่มลดลง โดยเทียบได้จากมองเห็น "ดอยสุเทพ" เริ่มมองไม่ค่อยชัดเท่าวันก่อน ๆ ซึ่งจากการตรวจวัดค่าฝุ่น บางจุดในตัวเมือง สูงถึง 55 ไมโครกรัม ต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในเกณฑ์สีแดง และบางจุดอยู่ในเกณฑ์สีส้ม เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนบางราย มีอาการแสบจมูกในบางช่วง
ต้นตอฝุ่นหลัก ๆ มาจากปัญหาลักลอบเผาป่ากระจายตามพื้นที่อำเภอเชียงดาว ดอยสะเก็ด ดอยเต่า และแม่วาง ซึ่งจากสถิติพบว่าตั้งแต่ 1 มกราคม ถึงเมื่อวาน ตำรวจสามารถจับกุมผู้กระทำผิดก่อเหตุเกี่ยวกับไฟป่าได้ 13 คดี ในจำนวนนี้อยู่ระหว่างสอบสวน 4 คดี และเปรียบเทียบปรับไปแล้ว 9 คดี
ทีนี้มี 1 คดี ที่น่าสนใจ เนื่องจากมีลักษณะการก่อเหตุ สร้างความเสียหายมีพื้นที่ป่า ถูกเผาผลาญกินวงกว้าง เกิดขึ้นในพื้นที่ตำบลนาหวาย อำเภอเชียงดาว ผู้ก่อเหตุรับสารภาพว่า เผาป่าจริง แต่อ้างว่าทำไปเพราะต้องการเตรียมพื้นที่ทำการเกษตร
ส่วนมาตรการลดค่าฝุ่น ️ช่วงบ่ายเมื่อวาน กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดปฏิบัติการเลี้ยงเมฆ เพื่อดูดซับ และระบายฝุ่นละออง ในหลายพื้นที่อำเภอฮอด ถึงพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ และอีกจุดอำเภอดอยเต๋า จังหวัดเชียงใหม่ ถึง อำเภอสามเงา จังหวัดตาก เพื่อไล่ฝุ่นละอองออกจากพื้นที่ภาคเหนือ
นายปุริมปรัชญ์ อาจนาวัง นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เชียงใหม่ เผยกับทีมข่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ มีพื้นที่ป่าอนุรักษ์มากกว่า 5.4 ล้านไร่ ซึ่งกรมอุทยานฯ เตรียมแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าไว้แล้วมี 3 ระยะ ตั้งแต่ช่วงก่อนเกิดไฟป่า ช่วงเกิดไฟป่า และช่วงฟื้นฟู โดยตั้งเป้าลดพื้นที่เผาไหม ให้ได้ร้อยละ 40 เพื่อควบคุมจุดความร้อนให้ลดลง