สมาคมฌาปนกิจล้ม “รณณรงค์” แนะ 3 แนวทางเอาผิด-เรียกคืนเงิน

สมาคมฌาปนกิจล้ม “รณณรงค์” แนะ 3 แนวทางเอาผิด-เรียกคืนเงิน

View icon 443
วันที่ 19 ก.พ. 2569 | 08.15 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
สมาคมฌาปนกิจล้ม ทนายรณณรงค์ มองนายทะเบียนละเลยหน้าที่ ไม่ตรวจสอบปล่อยให้รับสมาชิกใหม่เข้ามาเรื่อย ๆ ไม่หยุดความเสียหาย จนพังพินาศ คือความล้มเหลวของรัฐ แนะผู้เสียหาย รวมกลุ่มกันให้ติด มี 3 แนวทางเอาผิด-เรียกคืนเงิน

ปัญหาสมาคมฌาปนกิจล้ใ นายทะเบียนกลาง สมาคมฌาปนกิจ ออกคำสั่งเลิก สมาคมฌาปนกิจชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย และสมาคมฌาปนกิจอีกหลายแห่งในหลายจังหวัด ส่งผลให้สมาชิกกังวลว่า สมาคมฌาปนกิจที่ตนเองเป็นสมาชิกอยู่ มีความมั่นคงหรือไม่ และจะได้รับเงินคืนหรือไม่

วันนี้ (19 ก.พ.69) ทนายรณณรงค์ หรือนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีสมาคมฌาปนกิจล้ม ความเสียหายระดับร้อยล้าน พันล้าน อย่างกรณีที่วาปีปทุมที่พุ่งสูงถึง 1,400 ล้านบาท มันเกิดขึ้นได้อย่างไรถ้าไม่มีคนปล่อยปละละเลย หลายคนได้รับแนะนำให้ไปฟ้องแพ่งฐานผิดสัญญา บอกเลยครับว่านั่นคือ "กับดัก" ชนะคดีไปก็ได้แค่กระดาษเปล่า เพราะสมาคมพวกนี้ไม่มีทรัพย์สินเหลือให้ยึดแล้ว ทรัพย์สินถูกยักย้ายถ่ายเทไปหมด วันนี้เราต้องเปลี่ยนยุทธศาสตร์ใหม่ ลากตัวคนรับผิดชอบตัวจริงมารับโทษ และหา "แหล่งเงิน" ที่จะมาเยียวยาชาวบ้าน!

"นายทะเบียนท้องที่" (นายก อบต. / นายกเทศมนตรี) ตาม พ.ร.บ. การฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545 กฎหมายมอบดาบอาญาสิทธิ์ให้ "นายทะเบียนท้องที่" ซึ่งก็คือ นายก อบต. นายกเทศมนตรี หรือผู้อำนวยการเขต มีหน้าที่ต้องคอยกำกับดูแล ตรวจสอบงบดุล และระงับยับยั้งความเสียหาย

ทนายรณณรงค์ ระบุว่า ถ้านายทะเบียนทำงานจริง ๆ สมาคมจะเอาเงินไปหมุนผิดประเภทไม่ได้ จะตั้งค่าหัวคิวจ่ายเงินศพ หลักแสนเพื่อหลอกล่อคนมาสมัครเพิ่มไม่ได้ และถ้างบการเงินเริ่มติดลบ ขาดสภาพคล่อง นายทะเบียน "ต้องสั่งเลิกสมาคม" ทันที เพื่อหยุดความเสียหาย การที่ปล่อยให้สมาคมดำเนินการต่อ รับสมาชิกใหม่เข้ามาเรื่อย ๆ จนพังพินาศ นี่คือความล้มเหลวของรัฐ

3 ดาบกฎหมาย เช็คบิลเจ้าหน้าที่รัฐ และทวงเงินคืน มีดังนี้
ดาบที่ 1: ดำเนินคดีอาญา มาตรา 157 การที่นายทะเบียนรู้ว่าสมาคมมีปัญหา มีคนไปร้องเรียน แต่กลับ "เพิกเฉย" ไม่เข้าไปตรวจสอบ ไม่สั่งหยุดกิจการ ปล่อยให้ชาวบ้านส่งเงินต่อไป ถือเป็นการ "ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ" ทำให้ประชาชนได้รับความเสียหาย โทษจำคุก 1-10 ปี งานนี้ต้องยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. หรือ ป.ป.ท.

ดาบที่ 2: ฟ้องศาลปกครอง ล้วงกระเป๋ารัฐ เมื่อสมาคมไม่มีเงินจ่าย เราต้องไปเอาจากคนที่มีจ่าย เมื่อพิสูจน์ได้ว่าเจ้าหน้าที่รัฐ (นายทะเบียนท้องที่) ละเลยการปฏิบัติหน้าที่จนชาวบ้านเสียหาย ผู้เสียหายมีสิทธิฟ้องเรียกค่าเยียวยาจากหน่วยงานต้นสังกัด (เช่น เทศบาล, อบต., หรือกระทรวงมหาดไทย) ตาม พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 นี่คือแหล่งเงินสำรองที่จะช่วยซับน้ำตาชาวบ้านได้จริง

ดาบที่ 3: แจ้งจับกรรมการฐาน "ฉ้อโกงประชาชน" และให้ ปปง. ยึดทรัพย์ เลิกฟ้องแพ่ง แล้วรวมตัวกันไปแจ้งความคดีอาญาฐาน "ฉ้อโกงประชาชน" การเอาเงินคนใหม่ไปจ่ายคนเก่า รู้อยู่แล้วว่าไม่มีเงินแต่ยังรับสมัครสมาชิกเพิ่ม นี่ไม่ใช่บริหารพลาด แต่มันคือ "แชร์ลูกโซ่" เมื่อเป็นคดีฉ้อโกงประชาชน จะเข้าเงื่อนไขความผิดมูลฐานฟอกเงิน ดึง DSI และ ปปง. เข้ามาสืบเส้นทางการเงิน ยึดทรัพย์ที่กรรมการยักย้ายถ่ายเทไปให้ญาติพี่น้อง เอามาเฉลี่ยคืนให้ชาวบ้าน

ทนายรณณรงค์ ฝากข้อแนะนำผู้เสียหายทั่วประเทศ ขอให้รวมกลุ่มกันให้ติด รวบรวมใบเสร็จ สมุดสมาชิก ประกาศของสมาคม โดยเฉพาะหลักฐานที่รับเงินเราไปในช่วงที่สมาคมเริ่มไม่มีเงินจ่ายศพแล้ว เพื่อใช้เป็นหลักฐานมัดตัว ถึงเวลาที่เราต้องลุกขึ้นมาทวงคืนความยุติธรรม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง