ตร.ไซเบอร์เปิดปฏิบัติการทลายแก๊งสแกมเมอร์ วิดีโอคอลขู่โอนเงิน เหิมสั่งเหยื่อเอาเงินสดไปให้เกือบ 10 ล้าน ตามรวบจีนเทาพร้อมยึดทรัพย์-อายัดคริปโต
วันที่ 19 ก.พ. 69 ตำรวจไซเบอร์ เปิดปฏิบัติการทลายแก๊งสแกมเมอร์ หลังมีผู้เสียหายชายรายหนึ่ง ได้รับโทรศัพท์จากมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากค่ายโทรศัพท์มือถือ แจ้งว่าผู้เสียหายเปิดซิมการ์ดโทรศัพท์ให้ผู้อื่นไปใช้ทำผิดกฎหมาย ให้ผู้เสียหายไปแจ้งความ จากนั้นแนะนำให้แอดไลน์ มีการแชตคุยและวิดิโอคอล ผ่านบัญชีไลน์หลายครั้งจนผู้เสียหายเชื่อว่าเป็นตำรวจตัวจริง ทุกครั้งที่พูดคุยคนร้ายจะข่มขู่ไม่ให้ผู้เสียหายเล่าเรื่องดังกล่าวให้คนอื่นฟังเด็ดขาด จากนั้นจึงเริ่มหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินไปให้ตรวจสอบ 2 ครั้ง รวม 175,834 บาท
ต่อมาคนร้ายเปลี่ยนแผน สั่งให้ผู้เสียหายนำเงินสดไปส่งมอบแทน โดยสั่งให้ผู้เสียหายนำเงินสดไปส่งให้ ตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น วางเงินสดไว้หน้าบ้าน หรือ ส่งมอบที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้า โดยจะสั่งให้ขับรถรับเงิน จากนั้นจะมีคนสวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า มาเคาะกระจก 2 ครั้ง แล้วคนร้ายจะสั่งให้หันกล้องไปยังบุคคลที่มารับเงินโดยห้ามไม่ให้ผู้เสียหายมองด้วยตาตนเอง เมื่อคนดังกล่าวรับเงินสดแล้วก็จะรีบเดินทางหลบหนีไปทันที ส่วนคนร้ายในวิดีโอคอลจะสั่งไม่ให้วางสาย และสั่งให้กลับบ้านทันที โดยข่มขู่ไม่ให้เล่าเรื่องราวเกิดขึ้นให้ใครรู้เด็ดขาด ผู้เสียหายหลงเชื่อมอบเงินสดให้คนร้ายอีก 7 ครั้ง เป็นเงิน 9,040,000 บาท รวมความเสียหายทั้งสิ้น 9,215,834 บาท
วันต่อมาคนร้ายสั่งให้ผู้เสียหายส่งมอบเงินสดเพิ่มอีกจำนวน 100,000 บาท ผู้เสียหายจึงเข้าขอความช่วยเหลือกับตำรวจ กก.2 บก.สอท.1 ทาง พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.โรจน์ศักดิ์ นัยผ่องศรี ผกก.2 บก.สอท.1 นำทีมวางแผนจับกุม โดยซ้อนแผนตกลงกับคนร้ายให้ผู้เสียหายวางเงินสดไว้ท้ายรถยนต์ เพื่อส่งมอบกันบริเวณลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านลาดพร้าว
เมื่อถึงเวลานัดหมาย ตำรวจที่วางกำลังดักซุ่ม พบชายชุดดำสะพายกระเป๋าสีดำ สวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า มารับเงินสด เคาะกระจก 2 ครั้ง ให้ผู้เสียหายเปิดท้ายรถ ก่อนจะหยิบซองบรรจุเงินสดไป ตำรวจจึงเข้าจับกุม แต่ชายดังกล่าวได้วิ่งหนี พยายามต่อสู้ขัดขวาง แต่สุดท้ายถูกจับกุมเอาไว้ได้ พร้อมซองเงินสด และโทรศัพท์มือถือ ที่ชายดังกล่าวพยายามโทรติดต่อบุคคลอื่น
สำหรับชายคนดังกล่าว คือ นาย ช่ง ซือหยาง อายุ 27 ปี สัญชาติจีน ได้รับว่าจ้างด้วยสกุลเงินดิจิทัล USDT จากชาวจีนคนหนึ่ง ที่สั่งการผ่านแอปพลิเคชันเทเลแกรม ให้มารับเงินสดตามจุดต่าง ๆ จากนั้นจะนำเงินไปมอบให้แก่ชาวจีน ชื่อ นาย เจิ้นคุน ไซ อายุ 59 ปี ที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร
ตรวจสอบหลักฐานเพิ่มเติม พบว่ามีการนำเงินจากบัญชีม้า ที่ได้จากผู้เสียหายไปซื้อทองคำ แล้วนำไปขายทันที และนำไปส่งมอบให้หัวแก๊งชาวจีนรายนี้ ก่อนที่เงินสดจะถูกแปรสภาพเป็นสกุลเงินดิจิทัล เพื่อฟอกเงิน โดยก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง และยังพบอีกว่า บ้านหลังดังกล่าวเคยก่อคดีหลอกลวงขายเหรียญคริปโต ระหว่างคนจีนด้วยกัน แล้วไม่มีการจ่ายเงิน จนมีการแจ้งความ ที่ สน.ห้วยขวาง ซึ่งชุดสืบสวน เคยปิดล้อมตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าวมาแล้วครั้งหนึ่ง
ตำรวจจึงรวบรวมหลักฐานออกหมายค้น และหมายจับผู้ต้องหา กระทั่งตำรวจไซเบอร์ นำหมายค้นเข้าตรวจค้นบ้านในพื้นที่ ถนนเย็นจิต เขตสาทร เพื่อจับกุมชายชาวจีน ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊งสแกมเมอร์ พบบุคคลในบ้านเป็นชาวจีน 2 คน มีส่วนเกี่ยวข้องเกี่ยวกับขบวนการหลอกลวง พร้อมทั้งอายัดคริปโต ตรวจยึดอุปกรณ์เครื่องมือดิจิทัลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลการเข้าถึงบัญชี Exchange หลักฐานที่เกี่ยวข้องกับ Wallet ภายนอก และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องการกระทำความผิดได้หลายรายการ
ตำรวจไซเบอร์อยู่ระหว่างเร่งสืบสวนขยายผล เพื่อติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการ และตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพื่อยึด อายัดทรัพย์ ที่ได้จากการกระทำความผิด ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ มาดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อเตรียมเฉลี่ยทรัพย์คืนให้แก่ผู้เสียหายต่อไป