ปธ.ผู้ตรวจการแผ่นดิน ลงพื้นที่ดูข้อเท็จจริง บ้านขุนห้วยตาก ไร้กระแสไฟฟ้ากว่า 50 ปี 26 ก.พ. 69 ประชุมอีกรอบ เตรียมทำข้อเสนอแนะถึงรัฐบาล
วันนี้ (19 ก.พ.69) นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ลงพื้นที่ร่วมกับผู้แทนกรมป่าไม้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามข้อเท็จจริงกรณีชาวบ้าน บ้านขุนห้วยตาก หมู่ที่ 5 ต.ท้องฟ้า อ.บ้านตาก จ.ตาก ยังไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้
ที่โรงเรียนขุนห้วยตากพัฒนาศึกษา ประธานผู้ตรวจการฯ พบกับชาวบ้านที่มารอเพื่อสะท้อนปัญหาให้ฟัง โดยชาวบ้านบอกว่า ทุกคนคาดหวังว่า จะได้กระแสไฟฟ้า หลังจากเฝ้ารอมานานเกือบ 70 ปี
เช่นเดียวกับนายพิภพ โพนสาลี ผอ.โรงเรียนขุนห้วยตากพัฒนาศึกษา กล่าวว่า ปัจจุบันโรงเรียนใช้ไฟฟ้าโซลาร์เซลส์ขนาดเล็ก แต่ไม่เพียงพอ และหากต้องรอกระแสไฟฟ้า กังวลว่า นักเรียนจะเสียโอกาส เพราะหลายวิชา ยกตัวอย่าง คอมพิวเตอร์ จำเป็นต้องใช้กระแสไฟฟ้าที่มีความเสถียร ดังนั้น เพื่อทุเลาปัญหา จึงอยากขอความอนุเคราะห์หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดสรรงบประมาณ เพื่อซื้อแผงโซลาร์เซลส์
ด้านประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า ปัญหาสำคัญ คือ การขออนุมัติใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ ซึ่งจะมีการพิจารณาอีกครั้งในวันที่ 26 ก.พ.69 และยังติดปัญหาเรื่องงบประมาณนำกระแสไฟฟ้ามาในพื้นที่ จึงเชิญรองผู้ว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาร่วมกันหารือว่า จะนำงบประมาณจากส่วนไหนได้บ้าง ใช้เวลาเท่าไหร่
ส่วนโรงเรียนขุนห้วยตากพัฒนาศึกษาที่ไม่มีกระแสไฟฟ้าและอาคารเรียนทรุดโทรม เบื้องต้นหารือกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก จะนำงบประมาณส่วนไหนมาสนับสนุนได้ และขอให้ผู้อำนวยการโรงเรียนทำแผน 3-5 ปี เพื่อให้เห็นภาพว่า จะต้องได้รับสนุนส่วนไหนบ้าง โดยขอจาก สพฐ. เป็นหลัก
นายทรงศัก กล่าวอีกว่า แม้ยังอยู่ในรัฐบาลรักษาการ แต่ผู้ตรวจการแผ่นดิน จะส่งข้อเสนอแนะไปถึงโดยเร็ว ภายใต้การประสานงานของหลายหน่วยงานที่เดินหน้าภารกิจไปก่อนแล้ว และยังพบว่า มีพื้นที่อื่นในจังหวัดตากที่ไม่มีกระแสไฟฟ้าอีกด้วย ดังนั้นจะทำพื้นที่บ้านขุนห้วยตากเป็นตัวอย่างก่อน