จับกุมสมาชิกแก๊งสแกมเมอร์

View icon 51
วันที่ 20 ก.พ. 2569 | 07.10 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - แก๊งสแกมเมอร์ ย้ายฐานหลบหนีเข้ามาอยู่ในไทยมากขึ้น หนึ่งในนั้นมีเหยื่อที่หลงกลโอนเงิน และเอาเงินไปวางตามจุดต่าง ๆ ที่ถูกหลอกให้ทำ รวมกว่า 9 ล้านบาท กว่าจะไหวตัวประสานตำรวจจับกุมตัวได้

ชายคนที่เดินมาเปิดประตูหลังรถเพื่อรับเงินก้อนนี้ ชื่อว่า นายช่ง ซือหยาง อายุ 27 ปี สัญชาติจีน ถูกจับกุมได้ที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านลาดพร้าว ก่อนจะพาตัวไปสอบสวน และรับว่าถูกจ้างให้มาเอาเงินสดที่อยู่หลังรถ ไปส่งกับ นายเจิ้นคุน ไซ ที่บ้านพักในเขตสาทร

แต่ นายช่ง ก็ไม่ใช่คนเดียวกันกับที่เคยไปรับเงินของผู้เสียหาย 7 ครั้ง สังเกตได้จากภาพว่ามีลักษณะการแต่งตัวที่ไม่เหมือนกัน และรูปร่างแตกต่างกันเล็กน้อย

คดีนี้เริ่มจากมีผู้โทรไปหลอกผู้เสียหาย ว่าไปเปิดซิมการ์ดให้แก๊งมิจฉาชีพเอาไปใช้กระทำผิดกฎหมาย ก่อนจะแนะนำให้รีบแจ้งความแสดงความบริสุทธิ์ พร้อมกับส่งไลน์ตำรวจปลอมให้ไปคุย จนหลงเชื่อโอนเงินไปตรวจสอบจนบัญชีถูกระงับ จึงเปลี่ยนแผนให้ผู้เสียหายนำเงินสดไปวางตามจุดต่าง ๆ รวมความเสียหายกว่า 9.2 ล้านบาท

หลังการจับกุมในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ตำรวจได้แกะรอย จนได้หมายศาลฯ เข้าบุกค้นอาคารพาณิชย์ ในซอยจันทร์ 32 เขตสาทร กรุงเทพฯ เพื่อหาตัว นายเจิ้น แต่พบว่าไม่อยู่ที่นี่แล้ว คาดว่าน่าจะไหวตัวทัน

ที่น่าสนใจคืออาคารแห่งนี้เคยมีชาวบ้านให้ข้อมูลว่าอดีตเคยเปิดเป็นบ่อนพนัน มีคนเข้าออกตลอดเวลา กระทั่งผู้ต้องหาถูกจับ จึงเปลี่ยนมือไปให้คนอื่นดำเนินกิจการ และถูกเปลี่ยนสภาพให้เป็นที่พักอาศัย แต่ก็ยังเห็นมีคนต่างชาติเข้ามาพักอาศัยที่นี่ โดยเฉพาะชาวจีน

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจค้น ตำรวจไซเบอร์ได้คุมตัวชายชาวจีน 2 คน ที่มีหลักฐานเชื่อมโยงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน พร้อมอายัดตู้เซฟ 3 ตู้ ภายในมีเงินอยู่ประมาณ 1 ล้านบาท, สมุดบัญชีธนาคาร, โฉนดที่ดิน, ทองรูปพรรณ และเครื่องประดับหลายรายการ กลับไปตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับคดีนี้หรือไม่

ข้อมูลการสืบสวนของตำรวจไซเบอร์ คาดว่า แก๊งมิจฉาชีพกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มที่อพยพย้ายฐานมาจากประเทศเพื่อนบ้าน และเชื่อว่าอาจมีคนไทยเกี่ยวข้อง

สอดคล้องกับการกดดันติดตามจับกุมกลุ่มสแกมเมอร์ในกัมพูชา ที่อาจารย์ทรงฤทธิ์ โพนเงิน นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง บอกว่า ผลการกดดันกวาดล้าง จีนคัดแยกกลุ่มสแกมเมอร์ออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก คือ "เหยื่อ" และกลุ่มที่ 2 คือ พวกที่สมัครใจไปเอง ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มนี้มีมากถึงหลักแสนคน กลุ่มที่หลบหนี เชื่อว่ามีเพียงส่วนน้อย ส่วนหนึ่งหลบเข้าไปอยู่ในเมียนมา แต่ที่อยากให้จับตาจริง ๆ คือที่หลบเข้าไปใน สปป.ลาว เพราะมี "กาสิโน" ถูกกฎหมาย และ "กาสิโน" ก็มักถูกใช้เป็นฐานที่ตั้งของสแกมเมอร์

ได้เจอ อาจารย์ทรงฤทธิ์ แล้ว ก็ต้องขออัปเดตถึงความเคลื่อนไหวของคนที่เราจับตาดูกันหน่อย อย่าง "สมเด็จฯ ฮุน เซน" ตอนนี้ก็เริ่มผันตัวไปอยู่เบื้องหลัง คอยบอกบทให้คนเคลื่อนไหวแทน เพราะยังต้องการรักษาอำนาจการปกครองให้อยู่กับ "ตระกูลฮุน" ต่อ

ส่วนที่กังวลว่า นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ไปให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างชาติ ย้ำคำเดิมว่า "ไทย" รุกรานยึดพื้นที่ของ "กัมพูชา" นั้น ก็ยังขอยืนยันคำเดิมว่าไม่มีผลกระทบอะไรกับไทย เพราะเรามีพยานหลักฐานครบ เชื่อว่า นายฮุน มาเนต พูดตามบทที่พ่อวางแผนไว้ เพื่อสร้างความได้เปรียบอีกครั้ง ที่สำคัญเราต้องอย่างหยุดโจมตีที่จุดอ่อนของ ฮุน เซน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง