สนามข่าว 7 สี - แก๊งสแกมเมอร์ ย้ายฐานหลบหนีเข้ามาอยู่ในไทยมากขึ้น หนึ่งในนั้นมีเหยื่อที่หลงกลโอนเงิน และเอาเงินไปวางตามจุดต่าง ๆ ที่ถูกหลอกให้ทำ รวมกว่า 9 ล้านบาท กว่าจะไหวตัวประสานตำรวจจับกุมตัวได้
ชายคนที่เดินมาเปิดประตูหลังรถเพื่อรับเงินก้อนนี้ ชื่อว่า นายช่ง ซือหยาง อายุ 27 ปี สัญชาติจีน ถูกจับกุมได้ที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านลาดพร้าว ก่อนจะพาตัวไปสอบสวน และรับว่าถูกจ้างให้มาเอาเงินสดที่อยู่หลังรถ ไปส่งกับ นายเจิ้นคุน ไซ ที่บ้านพักในเขตสาทร
แต่ นายช่ง ก็ไม่ใช่คนเดียวกันกับที่เคยไปรับเงินของผู้เสียหาย 7 ครั้ง สังเกตได้จากภาพว่ามีลักษณะการแต่งตัวที่ไม่เหมือนกัน และรูปร่างแตกต่างกันเล็กน้อย
คดีนี้เริ่มจากมีผู้โทรไปหลอกผู้เสียหาย ว่าไปเปิดซิมการ์ดให้แก๊งมิจฉาชีพเอาไปใช้กระทำผิดกฎหมาย ก่อนจะแนะนำให้รีบแจ้งความแสดงความบริสุทธิ์ พร้อมกับส่งไลน์ตำรวจปลอมให้ไปคุย จนหลงเชื่อโอนเงินไปตรวจสอบจนบัญชีถูกระงับ จึงเปลี่ยนแผนให้ผู้เสียหายนำเงินสดไปวางตามจุดต่าง ๆ รวมความเสียหายกว่า 9.2 ล้านบาท
หลังการจับกุมในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ตำรวจได้แกะรอย จนได้หมายศาลฯ เข้าบุกค้นอาคารพาณิชย์ ในซอยจันทร์ 32 เขตสาทร กรุงเทพฯ เพื่อหาตัว นายเจิ้น แต่พบว่าไม่อยู่ที่นี่แล้ว คาดว่าน่าจะไหวตัวทัน
ที่น่าสนใจคืออาคารแห่งนี้เคยมีชาวบ้านให้ข้อมูลว่าอดีตเคยเปิดเป็นบ่อนพนัน มีคนเข้าออกตลอดเวลา กระทั่งผู้ต้องหาถูกจับ จึงเปลี่ยนมือไปให้คนอื่นดำเนินกิจการ และถูกเปลี่ยนสภาพให้เป็นที่พักอาศัย แต่ก็ยังเห็นมีคนต่างชาติเข้ามาพักอาศัยที่นี่ โดยเฉพาะชาวจีน
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจค้น ตำรวจไซเบอร์ได้คุมตัวชายชาวจีน 2 คน ที่มีหลักฐานเชื่อมโยงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน พร้อมอายัดตู้เซฟ 3 ตู้ ภายในมีเงินอยู่ประมาณ 1 ล้านบาท, สมุดบัญชีธนาคาร, โฉนดที่ดิน, ทองรูปพรรณ และเครื่องประดับหลายรายการ กลับไปตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับคดีนี้หรือไม่
ข้อมูลการสืบสวนของตำรวจไซเบอร์ คาดว่า แก๊งมิจฉาชีพกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มที่อพยพย้ายฐานมาจากประเทศเพื่อนบ้าน และเชื่อว่าอาจมีคนไทยเกี่ยวข้อง
สอดคล้องกับการกดดันติดตามจับกุมกลุ่มสแกมเมอร์ในกัมพูชา ที่อาจารย์ทรงฤทธิ์ โพนเงิน นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง บอกว่า ผลการกดดันกวาดล้าง จีนคัดแยกกลุ่มสแกมเมอร์ออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก คือ "เหยื่อ" และกลุ่มที่ 2 คือ พวกที่สมัครใจไปเอง ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มนี้มีมากถึงหลักแสนคน กลุ่มที่หลบหนี เชื่อว่ามีเพียงส่วนน้อย ส่วนหนึ่งหลบเข้าไปอยู่ในเมียนมา แต่ที่อยากให้จับตาจริง ๆ คือที่หลบเข้าไปใน สปป.ลาว เพราะมี "กาสิโน" ถูกกฎหมาย และ "กาสิโน" ก็มักถูกใช้เป็นฐานที่ตั้งของสแกมเมอร์
ได้เจอ อาจารย์ทรงฤทธิ์ แล้ว ก็ต้องขออัปเดตถึงความเคลื่อนไหวของคนที่เราจับตาดูกันหน่อย อย่าง "สมเด็จฯ ฮุน เซน" ตอนนี้ก็เริ่มผันตัวไปอยู่เบื้องหลัง คอยบอกบทให้คนเคลื่อนไหวแทน เพราะยังต้องการรักษาอำนาจการปกครองให้อยู่กับ "ตระกูลฮุน" ต่อ
ส่วนที่กังวลว่า นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ไปให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างชาติ ย้ำคำเดิมว่า "ไทย" รุกรานยึดพื้นที่ของ "กัมพูชา" นั้น ก็ยังขอยืนยันคำเดิมว่าไม่มีผลกระทบอะไรกับไทย เพราะเรามีพยานหลักฐานครบ เชื่อว่า นายฮุน มาเนต พูดตามบทที่พ่อวางแผนไว้ เพื่อสร้างความได้เปรียบอีกครั้ง ที่สำคัญเราต้องอย่างหยุดโจมตีที่จุดอ่อนของ ฮุน เซน