สัตวแพทย์สงสัยอาหารทำเสือตาย 72 ตัว หวั่นซุกปัญหาใต้พรม

View icon 60
วันที่ 23 ก.พ. 2569 | 07.04 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - ตามต่อกับกรณีเสือโคร่งตายหมู่กว่า 70 ตัว ที่เชียงใหม่ เริ่มมีกลิ่นตุ ๆ หรือไม่ เมื่อจู่ ๆ สัตวแพทย์ที่ร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ โพสต์ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับอาหารที่เสือกินอาจเป็นสาเหตุการตายหรือไม่ แต่ทำไมเรื่องกลับถูกซุกไว้ใต้พรม แถมก่อนหน้าหลายหน่วยงานออกมาระบุว่า เสือตายจากโรคไข้หัดสุนัข ทั้ง ๆ ที่ระบบการเลี้ยงเป็นระบบปิด

สัตวแพทย์ที่ออกมาโพสต์ คือ นายสัตวแพทย์วิศิษฏ์ อาศัยธรรมกุล หนึ่งในทีมสัตวแพทย์ที่ร่วมตรวจสอบการตายของเสือโคร่ง 72 ตัว ภายในคุ้มเสือแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งโพสต์บอกชัด ๆ เลยว่า ไม่สบายใจกับระบบเฝ้าระวังโรค และการจัดการด้านระบาดวิทยา ก่อนไล่เรียงเรื่องราวทั้งหมด เริ่มตั้งแต่เสือป่วย กินไม่ได้ ก่อนพบมีไข้ ตามด้วยอาการชักและตายอย่างรวดเร็ว ช่วง 1-2 วันที่ผ่าชันสูตร ได้แค่สันนิษฐาน อาจมาทางไวรัส สารพิษ หรือ แบคทีเรีย

แต่พอเรื่องนี้ไม่ได้เกิดในที่เดียว เพราะเสือทั้งแม่ริม และแม่แตง อยู่ห่างกันถึง 30 กิโลเมตร พอพิจารณามีอะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้เสือป่วยและตายด้วยอาการที่เหมือนกันได้ โจทย์จึงไปตกที่อาหาร ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์สัตว์เศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่มาจากแหล่งเดียวกัน ในจำนวนเสือกว่า 200 ตัว ทั้ง 2 ที่ กินอาหารนี้มีผลต่ออาการป่วยเกือบทั้งหมด ยกเว้น เพียงลูกเสือ 3 ตัว ที่ยังเลี้ยงด้วยนมเท่านั้น ในวันถัดมา อาการเสือป่วยและตายเพิ่มขึ้นตามลำดับ

นายสัตวแพทย์วิศิษฏ์ ยังโพสต์ตั้งข้อสังเกตอีกว่า พอเริ่มทราบผลตรวจจากมหาวิทยาลัยว่าเป็นไวรัสชนิดนั้นแน่ เสือที่ตายในชุดหลัง ๆ ก็ไม่ได้ผ่าชันสูตรเพื่อลดความเสี่ยงทีมสัตวแพทย์ จนเกิดเสียงร่ำลือถึงการใช้ประโยชน์จากซากเสือ จึงอคติเกินไป

ก่อนย้ำเพิ่มอีกว่า ผมยอมรับว่า เราคงต้องไม่ยอมให้เกิดความเสียหายกับสัตว์เศรษฐกิจมูลค่าเป็นหมื่นล้าน แลกกับความสูญเสียของเสือมูลค่าหลักร้อยล้าน แต่การซุกใต้พรมกับการไม่เกิดบทเรียนในระบบเฝ้าระวังโรคและระบาดวิทยา วงการโรคสัตว์ ที่เรียกว่า สุขภาพหนึ่งเดียว (One Health) คงไม่ไปถึงไหนแน่

พร้อมบอกอีกว่า ผมรับไม่ได้กับการขว้างผู้ร้ายออกไปแค่ไกลตัว แต่ผู้ร้ายยังอยู่และยังคงก่อการร้ายได้ ยิ่งเห็นการใช้สติปัญญาเลือกชนิดโรคมาเป็นแพะ ช่างน่าละอายนัก เพราะมันส่งผลต่อผู้ประกอบวิชาชีพในสายงานนี้ให้ถูกเหยียดหยามทั้งในและต่างประเทศ "รอกินโป๊ะแตกครับ"

ผู้สื่อข่าวยังรายงานเพิ่มด้วยว่า ระหว่างนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ข้อมูลว่า การตรวจสอบเพื่อระบุต้นตอการป่วยตายของเสือโคร่ง ยังอยู่ในขั้นตอนรอผลจากห้องแลป ส่วนคุ้มเสือเองก็ยังปิดพื้นที่ระหว่างการสอบสวนและเฝ้าระวังโรคด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง