ห้องข่าวภาคเที่ยง - แก๊ง "ดาบตำรวจ" หลอกชาวบ้านให้เป็นสายซื้อยาบ้า แต่พอได้ของกลางกลับถูกอุ้มไปกักขังรีดเงิน 5 หมื่นบาท แลกกับไม่ถูกดำเนินคดี ผู้การฯ จังหวัด จ่อให้ออกราชการ ฟันวินัยร้ายแรง
ผู้เสียหาย คือ นายมะเนตร และนายตะวัน ชาวอำเภอชุมตาบง จังหวัดนครสวรรค์ และอดีตเคยโดนคดียาเสพติด ถูกกลุ่มบุคคลอ้างเป็นตำรวจ หลอกให้เป็นสายหาซื้อยาบ้า และวันที่วางแผนจับกุม ปรากฏว่าผู้ค้าหลบหนีไปได้ ทิ้งของกลางยาบ้า 200 เม็ดไว้ แทนที่ทั้ง 2 คน จะพ้นจากเรื่องนี้ กลับถูกกลุ่มบุคคลดังกล่าวพาตัวข้ามพื้นที่ไปกักขัง และยัดข้อหาเป็นผู้ค้า ที่ห้องสืบสวน หลังโรงพักเมืองนครสวรรค์ ให้จ่ายเงิน 5 หมื่นบาท แลกกับการถูกปล่อยตัวในฐานะผู้บริสุทธิ์
ต่อมา 19 กุมภาพันธ์ นายมะเนตร และ นายตะวัน ตัดสินใจเข้าแจ้งความที่ สภ.ชุมตาบง เพื่อให้มีการสืบสวนว่ากลุ่มบุคคลทั้งหมดเป็นตำรวจจริงหรือไม่
ผ่านไปแค่ 3 วัน ความจริงจึงปรากฏ เมื่อรู้จากปากของ พันตำรวจเอก เรืองยศ เกษรบัว ผู้กำกับการ สภ.ชุมตาบง ว่า กลุ่มบุคคลทั้งหมดเป็นเครือข่ายของ "ดาบตำรวจ ช." ในพื้นที่อำเภอเมืองนครสวรรค์ เนื่องจากทิ้งหลักฐานไว้หลายอย่าง ทั้งสลิปการโอนเงินจากเหยื่อเข้าบัญชี หรือหลักฐานการโทรข่มขู่พี่สาวของนายมะเนตร หากนำเรื่องนี้ออกมาเปิดเผย
ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ เปิดเผยว่า วันนี้ ตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ จะทำคำสั่งให้ออกราชการให้แล้วเสร็จ หลังชุดสืบสวนเข้าไปตรวจสอบว่าเป็นตำรวจคนไหน จนกระทั่งได้พยานหลักฐานชัดเจน ซึ่ง ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรชุมตาบง เรียกเข้ามาสอบสวน ยอมรับผิด จึงแจ้งข้อหา และส่งเรื่องให้ทาง ป.ป.ช.ไปแล้ว พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง เตรียมออกคำสั่งให้ออกจากราชการ
ส่วนประเด็นตำรวจนายนี้เป็นชุดเดียวกับก่อเรื่องใช้ถุงดำคลุมพ่อค้ายาเสพติดจนเสียชีวิต เมื่อปี 2564 และครั้งนั้น พันตำรวจเอก ธิติสรรค์ หรือ ผู้กำกับโจ้ ยอมออกมารับผิดเพียงคนเดียว ก่อนจบชีวิตตัวเองในเรือนจำคลองเปรม กรุงเทพฯ ความเชื่อมโยงในยุคสมัยนั้น เพราะเป็นลูกน้องเก่า แต่ความเกี่ยวข้องไม่มี
ยืนยันว่าเรื่องแบบนี้ไม่มี ผู้บังคับบัญชาคนไหนสั่งการ และยังเน้นย้ำไม่ประพฤติ แต่ยังปรากฏว่าไปแอบทำ ถือว่ายอมรับไม่ได้ และเป็นวินัยร้ายแรง