ห้องข่าวภาคเที่ยง - ผู้ต้องหาคดีทุจริตการสอบที่เหลืออีก 2 คน ก็คือ "จ่าพิชิต" และ "นายวิน" ถูกเบิกตัวไปสอบปากคำเพิ่มแต่ 07.00 น. หลังจากที่ทั้ง 2 ยอมให้ความร่วมมือบางอย่าง จนตำรวจได้พาตัวไปค้นพยานหลักฐานเพิ่มเติม
ตามที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ไปจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับคดีทุจริตการสอบ แล้วทำให้กระทรวงมหาดไทยได้รับความเสียหาย ที่มีการแจ้งความไว้กับตำรวจกองปราบฯ 3 คน เมื่อวานนี้มีเพียง นางสาวศตพร หรือ จ๋า เพียงคนเดียว ที่ถูกคุมตัวไปขออำนาจศาลอาญาฝากขัง จากเดิมที่ต้องไปศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง แล้วพบว่าคดียังไม่เข้าเงื่อนไขบางอย่าง
ทำให้ที่ กองปราบฯ ยังเหลือผู้ต้องหาอีก 2 คน ก็คือ นายอัศวิน หรือ วิน ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยชื่อดัง และ นายพิชิต หรือ จ่าสิบตรี ดร.พิชิต หรือ จ่าพิชิต อดีตผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณเทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ยังสอบปากคำไม่เสร็จ
ขณะที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม พาตัว จ่าสิบตรี ดร.พิชิต และ นายอัศวิน ผู้ต้องหาในคดี ที่สร้างความเสียหายต่อกระทรวงมหาดไทย ไปสอบปากคำเพิ่มเติม โดยมีทนายความ ตามไปร่วมรับฟัง และมี เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ไปร่วมสอบปากคำด้วย
แหล่งข่าวใน กองบังคับการปราบปราม ให้ข้อมูลว่าสรุปแล้ว นายวิน ให้การภาคเสธ โดยอ้างว่าเป็นการทำตามคำสั่งของ จ่าพิชิต เช่นเดียวกับ นางสาวศตพร หรือ จ๋า ที่ถูกฝากขังไปก่อนเมื่อวานนี้ ก็ให้การทำนองเดียวกัน ที่ไม่ได้ปฏิเสธการให้ปากคำเสียทีเดียว แต่บอกว่า เป็นการทำตามคำสั่งของ นายวิน ที่เป็นพี่ชาย
ส่วน จ่าพิชิต ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และไม่ให้การใด ๆ ในชั้นสอบสวน
ส่วนประเด็นเรื่องค่าจ้าง ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสืบสวน เนื่องจากผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ไม่ได้ให้การในประเด็นนี้ แต่พนักงานสอบสวนได้คาดการณ์ไว้ว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ได้รับเงินจากผู้ที่ทุจริตอยู่แล้ว อาจเป็นลักษณะของการแบ่งเปอร์เซ็นต์กัน ส่วนที่ว่าจะมีเส้นทางการเงินไปถึงบุคคลอื่นหรือไม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผล
โดยหลังจากการสอบปากคำเพิ่มเติมเสร็จสิ้น พนักงานสอบสวน จะควบคุมตัวผู้ต้องหาที่เหลือทั้ง 2 คน ไปขออำนาจศาลอาญา เพื่อฝากขังผัดแรก พร้อมยื่นคัดค้านการประกันตัวต่อไป