ศาลฎีกาเเก้เพิ่มข้อหา “ศุภชัย” ฉ้อโกงประชาชน–ลักทรัพย์สหกรณ์คลองจั่น ติดคุก 20 ปี สั่งคืนเงินกว่า 1.6 หมื่นล้าน

ศาลฎีกาเเก้เพิ่มข้อหา “ศุภชัย” ฉ้อโกงประชาชน–ลักทรัพย์สหกรณ์คลองจั่น ติดคุก 20 ปี สั่งคืนเงินกว่า 1.6 หมื่นล้าน

View icon 151
วันที่ 24 ก.พ. 2569 | 11.51 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ศาลฎีกาพิพากษาเเก้ เพิ่มข้อหา “ศุภชัย” ฉ้อโกงประชาชน–ลักทรัพย์สหกรณ์คลองจั่น ติดคุก 20 ปี สั่งคืนเงินกว่า 1.6 หมื่นล้าน ส่วนจำเลยที่ 7 ให้ร่วมรับผิดชดใช้เงินคืนบางส่วนกว่า 9,000 ล้านบาท

วันนี้ (24 ก.พ.69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานอัยการพิเศษ 4 เเละสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เป็นโจทก์และโจทก์ร่วมยื่นฟ้อง นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานบริหารสหกรณ์ กับพวกรวม 11 ราย ฐานฉ้อโกงประชาชน ปลอมเอกสาร และลักทรัพย์นายจ้าง

โดยศาลฎีกาวินิจฉัยเเก้เพิ่มเป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 รวมทั้งความผิดฐานร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอมหลายกระทง ในสำนวนแรก จำคุก 5 ปี ในสำนวนหลังผิดฉ้อโกงประชาชน 16 กระทง และปลอม–ใช้เอกสารสิทธิปลอม 16 กระทง ส่วนจำเลยที่ 7 มีความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์และลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้าง รวม 549 กระทง แม้โทษรวมตามจำนวนกระทงมีอัตราสูงหลายร้อยปี แต่เมื่อรวมโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ให้จำคุกสูงสุด 20 ปี

นอกจากนี้ ศาลยังสั่งให้จำเลยที่ 1 คืนเงินแก่ผู้เสียหาย 2,455 ราย กว่า 5,612 ล้านบาท และคืนเงินแก่โจทก์ร่วมอีกกว่า 10,726 ล้านบาท โดยจำเลยที่ 7 ต้องร่วมรับผิดบางส่วนกว่า 9,000 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.64 ยกฟ้อง โดยให้เหตุผลว่าเป็นการฟ้องซ้ำกับคดีที่ศาลอาญาพิพากษาไปเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 63 ต่อมาวันที่ 17 ม.ค. 2566 ศาลอุทธรณ์พิพากษาเเก้ว่า คดีไม่เป็นการฟ้องซ้ำ เเละลงโทษ นายศุภชัย จำเลยที่1 ในความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม ให้ลงโทษฐานร่วมกันใช้เอกสารสิทธิปลอม กระทงละ 2 ปี 22 กระทง เป็นจำคุก 44 ปี ความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์นายจ้าง จำคุกกระทงละ 1 ปี 721 กระทง เป็นจำคุก 721 ปี เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว คงจำคุกมีกำหนด 20 ปีตามกฎหมายอาญา 91 (2) และให้คืนเงินจำนวน 10,812,663,995.29 บาท แก่โจทก์ร่วม

ในส่วนของจำเลยคนอื่นๆ จำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 11 มีความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม จำเลยที่ 7 มีความผิดฐานลักทรัพย์นายจ้าง เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 คือคงจำคุก 20 ปี กระทั่งศาลฎีกามีคำพิพากษาแก้เพิ่มข้อหาในวันดังกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง