เวลา 09.49 น. วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปยังหอประชุมมหาราช อาคารอุทยานองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช มหาวิทยาลัยนเรศวร อำเภอเมืองฯ จังหวัดพิษณุโลก ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2567 เป็นวันแรก
โอกาสนี้ ทรงวางพุ่มดอกไม้ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมรูป สมเด็จพระนเรศวรมหาราช จากนั้น พระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์แก่ผู้ทรงคุณวุฒิจากสาขาวิชาวิศวกรรมโยธา และสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ 2 คน, พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก ปริญญาโท และปริญญาตรี จาก 7 คณะ 1 วิทยาลัย รวม 2,608 คน
มหาวิทยาลัยนเรศวร มุ่งพัฒนาสู่มหาวิทยาลัยแห่งการวิจัยระดับแนวหน้า เน้นความร่วมมือกับองค์กรทั้งในระดับชาติและนานาชาติ เสริมสร้างความมั่นคงของเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ให้เป็นศูนย์กลางด้านการค้า การลงทุน โลจิสติกส์ การศึกษา การเกษตรปลอดภัย Smart Farm การแพทย์และสุขภาพ ยกระดับอุตสาหกรรมสินค้าและบริการ บนฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์มูลค่าสูง มีหน่วยงานที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล อาทิ สถานสัตว์ทดลองเพื่อการวิจัย และมีโรงงานต้นแบบสำหรับผลิตสารสกัดสมุนไพรมาตรฐาน สามารถยกระดับสู่มหาวิทยาลัยสุขภาพระดับ 5 ดาว ในปี 2025 ด้วยการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาพื้นที่ปลอดภัย และการขับเคลื่อนนวัตกรรมสุขภาวะเชิงรุกอย่างเป็นระบบ
โอกาสนี้ พระราชทานพระราโชวาทความว่า "บัณฑิตเมื่อสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย ออกไปประกอบอาชีพการงาน อาจจะได้พบว่า โลกแห่งการทำงานนั้นแตกต่างจากตำรับตำราที่ได้เล่าเรียนมาอยู่บ้าง และบางครั้งก็เต็มไปด้วยเรื่องราวเหตุการณ์ที่ซับซ้อน หรืออุปสรรคปัญหาที่ท้าทาย ในสถานการณ์เช่นนี้ คุณสมบัติสำคัญอย่างยิ่งที่บัณฑิตพึงมี คือความกล้าหาญ ทั้งกล้าที่จะพิจารณาเรื่องราว หรือปัญหาทุกอย่างตามเป็นจริง แม้กระทั่งกล้ายอมรับความผิดพลาดบกพร่องของตน เพื่อนำไปสู่การเรียนรู้ พัฒนา และแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้องตรงจุด ตลอดจนกล้าที่จะคิด พูด ทำ ในสิ่งที่พิจารณาแล้วด้วยใจเที่ยงตรงเป็นกลาง ว่าคือสิ่งที่ถูกต้อง เหมาะสม และเป็นคุณเป็นประโยชน์แท้แก่ตนเองและส่วนรวม อาจกล่าวได้ว่า ความกล้าหาญนั้น คือการไม่ยอมปล่อยให้อคติ ไม่ว่าจะด้วยความรัก ความชัง ความขลาด หรือความเขลา มาขัดขวางยับยั้งตนเองไม่ให้ทำในสิ่งที่ถูกต้องได้ บัณฑิตจึงควรฝึกตนอยู่เสมอ ให้เป็นผู้มีความกล้าหาญดังที่กล่าว จะได้สามารถดำเนินชีวิตและประกอบกิจการงานให้ประสบความสำเร็จ ก่อให้เกิดความดีความเจริญทั้งแก่ตนเองและชาติบ้านเมืองอย่างสมบูรณ์"
เวลา 14.05 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังอาคารหอประชุมศรีวชิรโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม อำเภอเมืองฯ โอกาสนี้ พระราชทานของที่ระลึกแก่ผู้มีอุปการคุณและผู้ทำคุณประโยชน์ต่อกิจการสหกรณ์ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและเชิดชูเกียรติแก่ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนงานสหกรณ์ให้เกิดผลสัมฤทธิ์
จากนั้น ทรงเปิดงานวันสหกรณ์แห่งชาติ ประจำปี 2569 ซึ่ง สหกรณ์วัดจันทร์ จำกัด, สันนิบาตสหกรณ์จังหวัดพิษณุโลก, มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม และสมาชิกสหกรณ์ ร่วมกันจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-28 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระปรีชาสามารถของพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย สำหรับปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด สหกรณ์สร้างโลกที่ดีกว่า เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิกสหกรณ์กว่า 11 ล้านคน และเชื่อมโยงสหกรณ์ไทยสู่เวทีโลก สะท้อนบทบาทของสหกรณ์ในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และเสริมสร้างความมั่นคงทางสังคมอย่างยั่งยืน โดยการก่อตั้งสหกรณ์แห่งแรกของประเทศไทย เป็นแนวคิดริเริ่มของพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ ทรงก่อตั้ง สหกรณ์วัดจันทร์ไม่จำกัดสินใช้ ณ อำเภอเมืองพิษณุโลก รับจดทะเบียน เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2459 จนถึงขณะนี้เป็นเวลา 110 ปี ทั้งนี้สหกรณ์วัดจันทร์ จำกัด ปัจจุบันมีสมาชิก 7,609 คน มีทุนดำเนินงานกว่า 561 ล้านบาท
นอกจากนี้ ได้ทอดพระเนตรนิทรรศการจากหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ การเผยแพร่ความรู้ด้านการบัญชีสหกรณ์จากกรมตรวจบัญชีสหกรณ์, การดำเนินกิจกรรมสหกรณ์ในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน, โครงการทหารพันธุ์ดีจากกองทัพภาคที่ 3, โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริของมหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม ภายในงาน ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ นิทรรศการสหกรณ์ การเจรจาธุรกิจสหกรณ์ การส่งเสริมการศึกษาเพื่อสมาชิกสหกรณ์ การยกย่องเชิดชูเกียรติบุคลากรสหกรณ์ดีเด่น ตลอดจนกิจกรรมทางวัฒนธรรมและวิชาการ เพื่อสร้างการรับรู้และความภาคภูมิใจให้กับสมาชิกสหกรณ์ไทย