“เสือ ดุสิต” ยกพวกรุมกระทืบ ชาย 53 ปี ซี่โครงหัก 12 ซี่ ปอดทะลุ อ้างจับก้นแฟนสาวของตน ลั่น “ตำรวจกุไม่กลัวหรอก”

“เสือ ดุสิต” ยกพวกรุมกระทืบ ชาย 53 ปี ซี่โครงหัก 12 ซี่ ปอดทะลุ อ้างจับก้นแฟนสาวของตน ลั่น “ตำรวจกุไม่กลัวหรอก”

View icon 660
วันที่ 25 ก.พ. 2569 | 15.47 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
“เสือ ดุสิต” หึงโหด พาพวกรุมกระทืบ ชายวัย 53 ปี ซี่โครงหัก 12 ซี่ ปอดทะลุ อาการโคมา กลางร้านอาหาร อ้างคนเจ็บจับก้นแฟนสาว พร้อมทิ้งท้าย “นนทบุรี ใครก็ได้ ตำรวจกุไม่กลัวหรอก” ด้านลูกสาวผู้บาดเจ็บลั่นเอาผิดถึงที่สุด

วันนี้ (25 ก.พ. 69) เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ผ่านมา น.ส.เปมิกา อายุ 26 ปี เดินทางพร้อมทนายความ เข้าร้องขอความช่วยเหลือจาก ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ “ดร.แก้ว” ผู้ก่อตั้งเพจ “ดร.แก้วช่วยได้” ก่อนเข้าแจ้งความต่อ ร.ต.ต.พีรวิชญ์ ศรีสำราญ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.รัตนาธิเบศร์ จังหวัดนนทบุรี เพื่อดำเนินคดีกับ นายสัมฤทธิ์ ริมเถื่อน หรือ “เสือ ดุสิต” พร้อมพวกอีก 2 คน หลังรุมทำร้าย นายธนพล อายุ 53 ปี (พ่อของ น.ส.เปมิกา) จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซี่โครงหัก 12 ซี่ ปอดทะลุ อาการโคมา โดยเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 04.30 น. บริเวณหน้าห้องน้ำภายในร้านอาหารชื่อดังย่านสนามบินน้ำ ถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยมีกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้อย่างชัดเจน

โดย นายจีระศักดิ์ อายุ 40 ปี กลุ่มของ นายธนพล (ผู้บาดเจ็บ) ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. ตนและนายธนพลพร้อมเพื่อนรวม 3-4 คน มานั่งรับประทานอาหารภายในร้าน ขณะเดียวกันกลุ่มของ “เสือดุสิต” ประมาณ 3 คน พร้อมหญิงสาว 1 คน ก็มาที่ร้านดังกล่าวเช่นกัน โดยทั้งสองฝ่ายไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ระหว่างนั้นหญิงสาวที่มากับ “เสือดุสิต” ได้เดินเข้ามาทักทาย นายธนพล ตามปกติ ตนเข้าใจว่าเป็นคนรู้จักกัน แต่ “เสือดุสิต” แสดงอาการหึงหวง เดินเข้ามาพูดว่า “นี่แฟนผม” ทางนายธนพลตอบว่า “ไม่มีอะไรครับ แค่คุยกันเฉย ๆ” จากนั้นเสือดุสิตกับหญิงสาวก็มีปากเสียงกัน ก่อนแยกย้ายกัน

ต่อมา เวลาประมาณ 04.30 น. นายธนพล เดินไปยืนสูบบุหรี่อยู่บริเวณหน้าห้องน้ำ จู่ ๆ “เสือดุสิต” ได้ปรี่เข้ามาชกต่อย ก่อนที่กลุ่ม “เสือดุสิต” อีก 2 คน จะเข้ามาสมทบรุมกระทืบซ้ำจน นายธนพล ล้มลงนอนกองกับพื้น ขณะเกิดเหตุตนไม่ทราบเรื่องจนเจ้าของร้านมาแจ้งว่าเพื่อนถูกทำร้ายจึงรีบไปดู พบว่าทางเจ้าของร้านและการ์ดได้เข้าห้ามและแยกกลุ่มของ “เสือดุสิต” ออก พร้อมไล่ให้ออกจากร้าน ตนจึงรีบเรียกแท็กซี่พาผู้บาดเจ็บไปส่งโรงพยาบาล
นอกจากนี้ นายจีระศักดิ์ ยืนยันว่า ทั้งสองฝ่ายไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน และระหว่างนั่งกินอาหารไม่ได้มีปากเสียงใด ๆ ประเด็นเดียวคือเรื่องหญิงสาวที่เข้ามาทักทาย ส่วนที่ “เสือดุสิต” กล่าวอ้างว่า นายธนพล ไปจับก้นหญิงสาวนั้น ตนเชื่อว่าไม่เป็นความจริง เพราะผู้บาดเจ็บเป็นคนเรียบร้อย ไม่ก้าวร้าว อีกทั้งขณะเกิดเหตุเสือดุสิตยังพูดท้าทายว่า “จะเรียกตำรวจก็เรียกไปเลย ในจังหวัดนนทบุรีกูไม่กลัวใคร เรียกมาเลยกูจะรอ” ซึ่งตนมองว่าเป็นพฤติกรรมรุนแรงและอุกอาจ เพราะเป็นการรุมทำร้าย 3 ต่อ 1 หากไม่มีคนเข้าห้ามอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

ทาง ดร.แก้ว เผยว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนและพาผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ พร้อมประสานให้ดำเนินการสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาทุกข้อหาที่เกี่ยวข้อง ยืนยันว่าตำรวจจังหวัดนนทบุรีไม่ได้เกรงกลัวผู้มีอิทธิพล และจะเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีเพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายโดยเร็ว

ขณะที่ น.ส.เปมิกา ลูกสาวผู้บาดเจ็บ เผยทั้งน้ำตาว่า ขณะนี้พ่ออาการโคม่าอยู่ในห้อง ICU ต้องใส่ท่อช่วยหายใจเพิ่มเติม อาการยังไม่พ้นขีดอันตราย ตนทราบเรื่องช่วงเที่ยงหลังได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนจึงรีบมาดูอาการของพ่อที่โรงพยาบาล ไม่เคยรู้จัก “เสือดุสิต” เป็นการส่วนตัว และไม่เชื่อว่าพ่อทำเรื่องตามที่ถูกกล่าวหา เพราะพ่อเป็นคนนิ่งเงียบ เรียบร้อย ใจดี และไม่เคยมีเรื่องชกต่อย พอ “กลุ่มเสือดุสิต” รุมกระทืบพ่อหนูเสร็จ ยังพูดอีกว่า “นนทบุรี ใครก็ได้ ตำรวจกุไม่กลัวหรอก” มีพยานบุคคลหลายท่านที่ได้ยินคำนี้ ยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ไม่กังวลว่าคู่กรณีเป็นคนดัง เพราะทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย

ส่วน นายไวยอัครา ทนายความ ระบุว่า อาการของผู้บาดเจ็บสาหัสมาก ซี่โครงหักประมาณ 12 ซี่ ปอดทะลุ ตับและไตได้รับความเสียหาย ไม่สามารถหายใจเองได้ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ เบื้องต้นเข้าข่ายความผิดฐานทำร้ายร่างกายสาหัส ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ส่วนจะเข้าข่ายพยายามฆ่าหรือไม่ ต้องรอพนักงานสอบสวนพิจารณาตามพยานหลักฐาน เชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ จะดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างแน่นอน

หลังจากนั้น นายสัมฤทธิ์ ริมเถื่อน หรือ “เสือ ดุสิต” ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กเมื่อเวลาประมาณ 13.09 น. ว่า “ยอมรับผมทำเกินกว่าเหตุ ผมพยายามติดต่อผู้เสียทุกวิถีทางเพื่อจะรับผิดชอบ ผมไปรับหมายมาเรียบร้อย ตำรวจนัดผมอีกทีวันที่ 9 มีนา เพราะความหึงหวงจนทำให้ผมขาดสติ”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง