“สีหศักดิ์” แจง “ยุโรป” ไทยต้องการรักษาสันติภาพ แต่ “กัมพูชา” ยั่วยุไม่หยุดหย่อน ยืนยันไทยหยุดยิงเคร่งครัด พร้อมประชุมปักปันเขตแดน
.
เมื่อวานนี้ (25 ก.พ.69) ตามเวลาประเทศไทย นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ในโอกาสที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางปฏิบัติภารกิจที่ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และ นครเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ 23-25 กุมภาพันธ์ 2569
.
นอกจากจะได้พบและหารือกับนาย Khaled Ahmed El-Enany Ali Ezz ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) และ นาย ฌ็อง-นอแอล บาร์โร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการยุโรปและการต่างประเทศสาธารณรัฐฝรั่งเศสแล้ว
.
ยังมีโอกาสได้พบกับ นายโวลเกอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เพื่อหารือถึงความร่วมมือในการร่วมกันแก้ปัญหามนุษยชนในภูมิภาค โดยเฉพาะการช่วยเหลฃือเหยื่อจากขบวนการออนไลน์สแกม รวมถึงการหารือถึงสถานการณ์เมียนมา ที่ไทยจะเข้าไปมีบทบาทในการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในเมียนมาหลังการเลือกตั้ง เช่น การปล่อยตัวนักโทษการเมือง หรือการส่งเสวริมให้ชนกลุ่มน้อยในเมียนมา ได้มีโอกาสในการแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรี
.
ขณะเดียวกัน นายสีหศักดิ์ ยังได้ใช้โอกาสนี้ชี้แจงสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา ย้ำท่าทีของไทยต้องการให้เกิดสันติภาพระหว่างกัน และยืนหยัดตามข้อตกลงหยุดยิงที่ได้ทำร่วมกันไว้ เพื่อรื้อฟื้นความสัมพันธ และ สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ไม่มีการรุกล้ำดินแดนฝ่ายใด และเตรียมความพร้อมร่วมประชุมคณะกรรมการปักปันเขตแดนโดยทันที ที่มีกำหนดการประชุมอย่างเป็นทางการ
.
นายสีหศักดิ์ ยังฝากถึงฝ่ายกัมพูชา ให้ใจเย็น ๆ ฝ่ายไทยจะไม่รุกล้ำเขตแดนอย่างที่กล่าวหาแน่นอน ทั้งนี้ ยังมั่นใจว่า นายโวลเกอร์ เติร์ก เข้าในจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างแน่นนอน
.
ส่วนเหตุการณ์ที่ฝั่งกัมพูชา ยิงปืนเข้ามาในฝ่ายไทยอีกครั้งเมื่อวันก่อน กระทรวงการต่างประเทศ ได้ทำหนังสือประท้วงไปยังรัฐบาลกัมพูชาแล้ว และ จะออกแถลงการณ์ตามมาอีกครั้ง
.
นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์ ยังได้โทรศัพท์ ไปหารือกับนางกายา กัลลัส ผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรปด้านการต่างประเทศและนโยบายความมั่นคงและรองประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ในระหว่างเดินทางจากกรุงปารีส ไปยังนครเจนีวาหลายเรื่อง ทั้งสถานการณ์ รัฐเซีย-ยูเครน และ สถาการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาด้วย โดยย้ำท่าทีของไทยหลังการหยุดยิงที่ต้องการให้เกิดสันติภาพร่วมกัน แต่ก็ยอมรับไปว่า ฝ่ายกัมพูชายั่วยุอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะหยุดยิงไปแล้วก็ตาม โดยไทยตอบโต้อย่างมีสัดส่วนอย่างมีขอบเขตตามหลักสากล ซึ่งถือเป็นสิทธิในการตอบโต้ ตามกฎบัตรสหประชาชาติ
.