ทหารพรานปรับยุทธวิธี ปั่นจักรยานลาดตระเวนชายแดน ลดการใช้น้ำมัน สกัดลอบขนเชื้อเพลิงข้ามแดน

ทหารพรานปรับยุทธวิธี ปั่นจักรยานลาดตระเวนชายแดน ลดการใช้น้ำมัน สกัดลอบขนเชื้อเพลิงข้ามแดน

View icon 70
วันที่ 26 มี.ค. 2569 | 11.54 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วิกฤตน้ำมันขาดแคลน และราคาแพง ทหารพรานปรับยุทธวิธี ตั้งชุด “ชุดลาดตระเวนจักรยาน” ปั่นจักรยานลาดตระเวนชายแดนไทย-กัมพูชา ลดการใช้น้ำมัน คุมเข้มสกัดลอบขนน้ำมันเชื้อเพลิงข้ามแดน

วันนี้ (26 มี.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ผ่านมา พ.อ.พงศกร เสืองาม ผู้บังคับการชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 (ชค.ทพ.12) หน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ กองกำลังบูรพา ได้สั่งการให้หน่วยขึ้นตรงปรับรูปแบบการลาดตระเวนในพื้นที่รับผิดชอบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อสนองนโยบายของรัฐบาลและกองทัพบก ด้านการประหยัดพลังงานเชื้อเพลิง โดยได้มอบหมายให้ ร.อ.อาคม มงคลนำ ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 1201 นำกำลังพลจัดตั้ง “ชุดลาดตระเวนจักรยาน” ใช้จักรยานสองล้อเป็นพาหนะหลักในการออกปฏิบัติภารกิจลาดตระเวน เฝ้าตรวจ และตั้งจุดตรวจจุดสกัดในพื้นที่เสี่ยง แทนการใช้รถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นการลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับพื้นที่ปฏิบัติการหลักอยู่บริเวณแนวชายแดนโดยรอบตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ และเป็นพื้นที่ที่มักถูกใช้เป็นเส้นทางลักลอบกระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการลักลอบขนน้ำมันเชื้อเพลิงออกไปยังประเทศกัมพูชา ในลักษณะกองทัพมด ที่อาศัยช่องทางธรรมชาติและเส้นทางเลี่ยงด่าน เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ การใช้จักรยานในการลาดตระเวน นอกจากจะช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานแล้ว ยังมีข้อได้เปรียบในด้านยุทธวิธี เนื่องจากสามารถเข้าถึงพื้นที่แคบ ซับซ้อน หรือเส้นทางธรรมชาติที่ยานพาหนะขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงได้ อีกทั้งยังช่วยลดเสียงรบกวน ทำให้การปฏิบัติภารกิจเป็นไปอย่างเงียบและคล่องตัว เพิ่มโอกาสในการตรวจพบและสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม ทางหน่วยยังคงดำเนินมาตรการซีลเข้มแนวชายแดน ตามนโยบายของกองทัพภาคที่ 1 และผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา อย่างเคร่งครัด โดยเน้นการบูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ และตรวจคนเข้าเมือง เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกัน และสกัดกั้นการลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย รวมถึงการกระทำผิดในรูปแบบต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง จากการดำเนินการดังกล่าว พบว่าประชาชนในพื้นที่ต่างให้ความสนใจและชื่นชมต่อแนวคิดของเจ้าหน้าที่ทหารพราน ที่สามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ด้านพลังงานในปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นแบบอย่างที่ดีในการประหยัดพลังงาน ขณะเดียวกันก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่รักษาความมั่นคงและอธิปไตยของประเทศได้อย่างเต็มกำลัง